Saturday, May 23, 2026

Middle of the Night

 


หนังสือชื่อ  :  Middle of the Night

ผู้แต่ง  :  Riley Sager

สำนักพิมพ์  :  Hodder & Stoughton Limited


หน้าร้อนในปี 1994 Ethan วัย 10 ขวบ กางเต็นท์นอนหลังบ้านกับ Billy เพื่อนสนิทข้างบ้าน ทั้งคู่ทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวันศุกร์ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน สิ่งที่แตกต่างคือเช้าวันรุ่งขึ้น Ethan ตื่นขึ้นตามลำพัง และ Billy หายไป ร่องรอยอย่างเดียวที่พบคือเต็นท์ถูกกรีดด้วยของมีคม ..และ Billy ก็เป็นบุคคลสูญหายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สามสิบปีผ่านไป หลังจากประสบปัญหาในชีวิตส่วนตัว Ethan ในวัยสี่สิบ ก็กลับมาบ้านเก่าอีกครั้ง ตอนเกิดเหตุลักพาตัว Billy เป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศค่ะ ทำให้พ่อแม่ของเขาตัดสินใจส่งเขาไปเรียนโรงเรียนประจำ และหลังจากนั้นเขาเรียนจบ ทำงาน มีครอบครัว จึงไม่ได้กลับมาที่บ้านอีกเลย แต่พอตอนนี้มีปัญหาส่วนตัวเข้ามา พ่อแม่ก็เลยเสนอให้เขากลับบ้าน ส่วนพ่อกับแม่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น ส่วนบ้านนี้ก็แล้วแต่ Ethan เลยว่าจะขายหรือจะอยู่ต่อ

การกลับมาบ้านเก่าทำให้ความทรงจำในวัยเด็กหวนคืนมาอีกครั้ง ตั้งแต่เกิดเหตุลักพาตัว Billy ก็ส่งผลให้ Ethan กลายเป็นโรคนอนไม่หลับ และไม่กล้ามีลูก เหมือนเป็นความเจ็บปวดที่ฝังลึกในใจ

หมู่บ้านที่ Ethan อยู่เป็นซอยตัน เป็นวงเวียนกลับรถ ทุกบ้านหันหน้าเข้าหาถนน ส่วนหลังบ้านเป็นป่า เป็นย่านของคนชั้นกลาง คนทำงานระดับใช้สติปัญญา ดังนั้นตอนเกิดเหตุ Billy เรื่องนี้จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะเหตุเกิดกับเด็กในสวนหลังบ้าน ในพื้นที่ที่ควรจะปลอดภัย 

...และเพราะด้วยเป็นโรคนอนไม่หลับนี่เอง ทำให้คืนหนึ่ง Ethan พบว่ามีคน (หรือบางสิ่ง) เดินด้อมๆ มองๆ ในหมู่บ้าน 

ต่อมาก็มีข่าวว่าพบร่างของ Billy แล้ว จมอยู่ในน้ำตก ในบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของสถาบัน Hawthorne Institue 

สมัย Ethan และ Billy ยังเด็ก สถาบันนี้ยังดำเนินการอยู่ ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีคนหนึ่ง สถาบันนี้ทำงานวิจัย ลือกันว่าวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ เป็นการวิจัยโดยทุนและความสนใจส่วนตัวของมหาเศรษฐี 

ความบังเอิญคือ สถาบัน Hawthorne Institue คือที่สุดท้ายที่ทั้ง Billy,  Ethan และเด็กอีกสามคน แอบลักลอบเข้าไปวันก่อนที่ Billy จะหายไป โดยระหว่างที่แอบสำรวจพื้นที่นั้น มีคนของสถาบันเห็นและเดินมาไล่เด็กๆ ให้ออกไป ทุกคนหนีไปได้ ยกเว้น Billy ...และ Billy ก็กลับบ้านในสภาพปกติหลังจากนั้นอีกห้าชั่วโมงถัดมา ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น เพราะ Billy ไม่มีโอกาสเล่า แต่พอ Billy หายไป เด็กๆ ทุกคนก็ไม่ได้เล่าให้ตำรวจฟังว่าวันก่อนหน้าไปไหนมา เพราะคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันกับการลักพาตัว ..แต่สุดท้ายกลายเป็นอีกสามสิบปีต่อมาพบศพ Billy ในพื้นที่ของสถาบัน แสดงว่า Billy เสียชีวิตตั้งแต่วันที่หายไป

Ethan พยายามหาคำตอบถึงคืนที่ Billy หายไป เขารู้สึกว่า Billy พยายามส่งสัญญาณบางอย่าง พยายามบอกให้เขารำลึกสิ่งที่เขาอาจจะลืมในคืนนั้น สิ่งเล็กๆ ที่อยู่ในจิตสำนึกในช่วงระหว่างเวลากึ่งหลับกึ่งตื่น สิ่งสำคัญที่จะบอกได้ว่าใครคือคนลักพาตัว Billy

Billy เชื่อเรื่องผี และอยากคุยกับผีค่ะ Ethan เลยรู้สึกว่าเหมือน Billy มาหา 

สนุกค่ะ ผู้เขียนมีเสน่ห์ในการเล่าเรื่องให้น่าติดตาม ให้เรารู้สึกว่าหรือนี่จะเป็นนิยายสืบสวน ที่มีสิ่งลึกลับมาเกี่ยวข้อง ...คือเรื่องถ้าให้สรุปก็ไม่มีอะไรเว่อร์ เกินจริงเลยค่ะ แต่คนเขียนเขียนเล่าเรื่องเก่งทำให้ต้องพลิกอ่านทุกหน้าจนจบ



Thursday, May 14, 2026

A Touch of Magic at the Comfort Food Cafe

 


หนังสือชื่อ  :  A Touch of Magic at the Comfort Food Cafe

ผู้แต่ง  :  Debbie Johnson

สำนักพิมพ์  :  HarberCollinsPublishers


อ่านเล่มนี้ไม่จบค่ะ อ่านถึงบทที่ 9 แล้วก็วาง (จากทั้งหมดมี 25 บท) วางเพราะไม่อิน ไม่มีอารมณ์ฟินร่วม เลยอย่าเสียเวลาเลย แต่หยิบมารีวิวส่วนตัวเก็บไว้ เผื่อคราวหน้าจะได้ไม่เผลอหยิบมาอ่านซ้ำอีก

เป็นนิยายโรแมนติกค่ะ พระเอกอายุน้อยกว่านางเอก นางเอกอายุ 49 ชื่อ Sarah เป็นนักเขียนนิยายสืบสวนทริลเลอร์ที่ประสบความสำเร็จ มีนิสัยเก็บตัวเพราะส่วนหนึ่งเนื่องจากปัญหาในอดีต

นางเอกเคยมีสามี และหย่าร้างเพราะสามีนอกใจ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกล้มเหลวในชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาเธอคิดจะเริ่มต้นใหม่กับชายคนหนึ่ง ตอนแรกทุกอย่างก็ดี แต่พอคบไปนานๆ เข้า พบว่าผู้ชายแปลกๆ มีพฤติกรรมควบคุม และดูเหมือนมีอะไรบางอย่างปิดบัง นางเอกก็เลยจ้างนักสืบเอกชนให้สืบหาความจริง จนพบว่า แฟนมีโลกสองใบ โลกอีกใบคือชายที่แต่งงานแล้วมีลูกและยังไม่ได้หย่า พอรู้ความจริง นางเอกก็ช็อค และบอกเลิก แต่ผู้ชายไม่ยอมเลิก กลับตามรังควาน จนนางเอกเสียสุขภาพจิต ก็เลยย้ายบ้านจากลอนดอนมาอยู่ที่หมู่บ้านริมทะเล Budbury Dorset 

ที่ Budbury Dorset เจอเพื่อนบ้านน่ารัก เป็นมิตร และมีร้านคาเฟ่ริมทะเลที่มีเค้กอร่อย

ส่วนพระเอกอายุ 33 ทำงานทางด้านการเงิน ลูกครึ่งอเมริกัน-อังกฤษ มาจากครอบครัวฝั่งพ่อที่รำ่รวย ขัดใจกับพ่อเรื่องการสืบทอดธุรกิจ เลยปลีกตัวมาทำงานของตัวเอง และก็ย้ายมาอยู่ที่ Budbury Dorset และก็ได้เจอนางเอกที่นั่น

พระเอกติดใจนางเอกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น หนังสือเล่าเบื้องหลังว่า พระเอกสนิทกับยาย โตมากับยายและตอนเด็กๆ ชอบอ่านนิยายโรแมนซ์ของยาย ...เป็นการอธิบายให้คนอ่านเข้าใจว่าทำไมพระเอกจึงชอบคนที่อายุมากกว่า

พระเอกหาทางสนิทกับนางเอกเพิ่มด้วยการขอให้นางเอกช่วยดูแลหมาของเขา พระเอกมีหมาที่มีเชื้อสายหมาป่าอยู่ 3 ตัว หมาสองตัวมีนิสัยไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าเพราะการกระทำจากเจ้าของเก่า พระเอกอยากให้หมาตัวเองอยู่กับคนอื่นได้ เลยขอให้นางเอกช่วย

เนี่ยแหละค่ะเท่าที่อ่านถึงบทที่เก้า ไม่อ่านต่อเพราะไม่ชอบผู้ชายเด็กกว่า ไม่ใช่รสนิยม และนิยายมันก็ไม่มีพีกอะไรตื่นเต้นไปมากกว่าคนสองคนรักกันและพยายามปรับตัวเข้าหากัน