Thursday, April 30, 2026
เชิญรับแมวเป็นยาที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าได้เลยครับ
How to Sleep Like a Caveman
หนังสือชื่อ : How to Sleep Like a Caveman
ผู้แต่ง : Merijn van de Laar
สำนักพิมพ์ : HarperCollinsPublishers
เป็นหนังสือดีเล่มหนึ่งค่ะ แต่ไม่เหมาะกับเรา ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ไม่ได้มีปัญหาการนอนหลับจริงจังอะไร แต่อ่านประดับความรู้ คือเนื้อหามันดีเกินจำเป็นสำหรับผู้ไม่มีปัญหา
หนังสือบอกว่า ที่ผ่านมาเราซีเรียสมากเกินไปกับการคิดว่าคนเราต้องนอนวันละ 8 ชั่วโมง จริงๆ แล้ว 8 ชั่วโมงนี้ไม่ได้มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับเลย เป็นเพียงแต่ในยุคอุตสาหกรรมมีการชวนเชื่อว่าเราแต่งแบ่งเวลาชีวิตแต่ละวัน โดยเป็น 8 ชั่วโมงทำงาน 8 ชั่วโมงจัดการเรื่องส่วนตัว กับอีก 8 ชั่วโมงนอน ...แต่จริงๆ แล้วเมื่อศึกษาพบว่าคนเราต้องการนอน 6-7 ชั่วโมงก็พอ
คนที่มีปัญหานอนไม่หลับ จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาเรื่องการนอน คือเวลาเขาหลับ เขายังหลับได้ลึกถึงระดับ NREM3 เช่นเดียวกับคนปกติ ที่เขามีปัญหาคือ ปัญหาตอนตื่นต่างหาก คือเขามักจะนอนนิ่งๆ บนเตียงพยายามหลับแต่ไม่หลับ พยายามแล้วพยายามเล่า นอนจ้องเข็มนาฬิกาเพื่อให้หลับ แต่ไม่หลับ จึงกังวล จึงไม่หลับ วนลูปไป
วิธีบำบัดสำหรับคนนอนไม่หลับ (แบบปกติ ไม่ได้เป็นโรค เช่น โรคหยุดหายใจขณะหลับ)
- จำกัดเวลาอยู่บนเตียง คือนอนบนเตียงเมื่อต้องการจะนอนจริงๆ และถ้านอนไม่หลับ ก็ไม่ต้องอดทนนอนพยายามจะหลับ ให้ลุกออกจากเตียงไปหาอะไรทำซะ รู้สึกง่วงแล้วค่อยกลับมานอนใหม่
- เปลี่ยนมายด์เซ็ตที่ว่าคนเราต้องนอน 8 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน การนอนคือส่วนหนึ่งของกิจกรรมมนุษย์ที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ คนสมัยก่อนก็นอนน้อย และต้องนอนอย่างระมัดระวังสัตว์นักล่า ดังนั้นไม่แปลก ถ้าเราจะหลงเหลือสัญชาติญาณของการหลับแค่ไม่กี่ชั่วโมง และตื่น แล้วค่อยกลับไปหลับใหม่ เปรียบเหมือนมนุษย์ถ้ำที่ตื่นขึ้นมาเช็คสิ่งคุกคามในตอนกลางคืน
- ไม่ควรดื่มกาแฟหลังห้าโมงเย็น (บางคนคิดว่ากาแฟไม่มีผลกับการนอนของเขา แต่จริงๆ แล้วมีผล จากการศึกษาพบว่า คนเหล่านี้หลับสั้นลง หลับๆ ตื่นๆ สั้นลง แต่ตื่นเช้ามา เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองหลับสั้นกว่าปกติ) ยิ่งอายุมากขึ้น ก็จะยิ่งเซ็นซิทีฟกับคาเฟอีนมากขึ้น
- เอาหมามานอนด้วยในห้องนอนได้ แต่ให้มันนอนในที่นอนของมัน ส่วนแมวไม่แนะนำ เพราะนิสัยการนอนของแมว แมวเป็นสัตว์พวกนอนงีบสั้นๆ และตื่นเช้า มันจะรบกวนการนอนของคน ในขณะที่หมาถ้านอนเตียงเดียวกับเรา การขยับตัวเปลี่ยนท่าของมันอาจมีผลรบกวนการนอนของเรา
- อุณหภูมิกับแสง มีผลต่อการง่วงนอน ก่อนนอน 3 ชั่วโมง ให้อยู่ในที่สลัวๆ จะกล่อมให้ง่วง ทำมือเท้าให้อุ่น เช่นใส่ถุงเท้า ส่วนหัวให้เย็น เช่นหนุนหมอนที่ควบคุมอุณหภูมิ
- มื้อเย็นกินโปรตีนเยอะๆ กินไขมันน้อยๆ จะได้หลับดี
- เตรียมตัวผ่อนคลาย 1.5 ชั่วโมงก่อนนอน เช่น ฟังเพลงเบาๆ ทำสมาธิ ดูทีวี ฯลฯ
- ในผู้ใหญ่ การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้หลับดี และการออกกำลังกายไม่เพียงแต่มีผลดีต่อการนอน แต่ยังดีต่อความรู้สึกสดชื่น มีพลังเมื่อตื่นนอน
- เข้านอนให้ตรงเวลา
- อย่ามองนาฬิกาเมื่อตื่นระหว่างคืน เอานาฬิกาออกไปจากห้องนอนก็ยิ่งดี เพราะตื่นกลางดึกมองนาฬิกาทำให้เรากังวล และจะนอนไม่หลับ
- ถ้าใช้นาฬิกาปลุก อย่า snooz ถ้านาฬิกาปลุกดัง ให้ตื่นเลย การนอนต่ออีก 5-10 นาที ไม่ช่วยอะไร คือเรายังไม่เข้าวงจรการนอนเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่สดชื่นไปกันใหญ่
ที่จดมาก็มีประมาณนี้แหละค่ะ แต่หนังสือไม่ได้เขียนถึงปัญหาการตื่นกลางดึกเนื่องจากปวดฉี่แฮะ
เอาเป็นว่าถ้าอยากอ่าน แต่ไม่มีเวลา ข้ามไปอ่านบทที่ 9 และ 10 เลยค่ะ ที่เหลือวิชาการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเกริ่นถึงความสำคัญของการนอน ย้อนไปถึงยุคมนุษย์ถ้ำ การศึกษาการนอนของชนเผ่าที่แทนซาเนีย ฯลฯ คือมันดีแหละ แบบรู้ไว้ไง แต่มันไม่เกี่ยวกับเรา
Sunday, April 19, 2026
The Last Days of Kira Mullan
ผู้แต่ง : Nicci French
สำนักพิมพ์ : Simon & Schuster
อ่านเล่มนี้นานมากค่ะ ใช้เวลาหลายเดือน อยากจะเทตั้งหลายรอบเพราะช่วงต้นๆ ไปจนถึงกลางๆ ของเล่มไม่สนุก ไม่สมจริง ...แต่เพราะความอยากรู้ว่าฆาตกรคือใคร เลยทำให้พยายามเข็นตัวเองอ่านจนจบในที่สุด (ปรากฎว่าประมาณ 20 บทสุดท้าย ท้ายเล่มสนุก เดินเรื่องกระชับ ซึ่งคนละอารมณ์กับตอนต้นและกลางเล่มมากค่ะ)
ตัวเอกของเรื่องคือ Nancy เคยเป็นถึงเจ้าของร้านอาหาร แต่ตอนนี้ประสบปัญหาสุขภาพจิต ทำให้ต้องสูญเสียแทบทุกอย่าง และกำลังอยู่ในช่วงพักรักษาตัว
Nancy ป่วยจิตเวชค่ะ เธอหลอนได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ตอนนี้เธออยู่ในช่วงรักษาตัว ค่ารักษาก็แพงจน Nancy กับแฟน Felix ต้องย้ายออกจากอพาร์ทเมนต์หรูมาอยู่แฟลตที่ราคาย่อมเยาลง
Kira Mullan คือหญิงสาวสวยที่เป็นเพื่อนร่วมแฟลตกับ Nancy และ Felix พักอยู่คนเดียว
Kira ถูกพบแขวนคอเสียชีวิต เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ Nancy และ Felix ย้ายเข้ามา ตำรวจคิดว่าเป็นการจบชีวิตตัวเอง คดีก็เลยจบเร็ว
แต่ Nancy ไม่เชื่อเช่นนั้น และดูเหมือน Nancy จะเป็นคนสุดท้ายที่เห็น Kira ตอนยังมีชีวิตอยู่ ... Nancy เดินชนกับ Kira ตรงประตูทางเข้าแฟลต จนของในถุงที่ Kira ถือมาหล่นกระจัดกระจาย และ Kira พูดอะไรบ้างอย่างกับ Nancy แต่ด้วยความที่เธอกินยาเข้าไปเยอะก็เลยเบลอๆ จำไม่ได้ว่าพูดว่าอะไร
Nancy พยายามบอกทุกคนว่า Kira ไม่น่าจะฆ่าตัวตาย แต่ไม่มีใครเชื่อ Felix เนี่ยตัวดีที่ไม่เชื่อ และพยายามไซโคให้คนอื่นคิดว่า Nancy เป็นบ้า และเริ่มเห็นภาพหลอนอีกครั้ง ...พอ Nancy จุ้นจ้านกับการสืบเรื่อง Kira มากเข้า Filix ก็จับ Nancy ส่งโรงพยาบาลจิตเวช และให้อยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าอาการจะดี
....มาถึงตรงนี้เนี่ยแหละค่ะ ที่ทำให้รู้สึกอยากเท ไม่อยากอ่านต่อ รู้สึกว่าไม่สมจริงและเนื้อเรื่องน่าอึดอัด slow burn เกินไป คือ ตอนนั้นทุกคนเชื่อว่า Nancy หลอน เป็นบ้า แล้วคนที่มาช่วยจับตัว Nancy ส่งโรงพยาบาลคือหมอจิตเวชประจำตัวของ Nancy เอง ... คือหมอว่างขนาดนั้นเลยหรือ? แถมช่วยกันจับตัวคนไข้โดยไม่มีตำรวจเข้ามาดูด้วย เหมือนลักพาตัวเลย แถม Nancy ก็ไม่ได้มีลักษณะที่จะเป็นภัยคุกคามอันตรายแก่ชีวิตต่อใครในแฟลตเลย แค่มีฟฤติกรรมแปลกๆ สอดส่องเกินงาม แต่ไม่ได้ข่มขู่ใครเลย ทำไมเจ้าหน้าที่จึงมาจับตัวอย่างรวดเร็วและทำให้เรื่องต่างๆ เป็นเรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็น
....จากนั้นอีกหนึ่งในสามของหนังสือก็บรรยายถึงตอนที่ Nancy อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช การโดนคุกคาม การพูดอะไรไม่มีใครเชื่อ การโดยยัดเยียดให้เป็นคนป่วยโดยผู้เชี่ยวชาญ ...จนสุดท้าย Nancy ต้องเอาตัวรอดด้วยการเล่นตามน้ำ ทำตัวอ่อนโยน ยอมรับผิด ยอมรับว่าป่วย ขอโทษทุกคน และเชื่อฟัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตายใจและยอมปล่อยเธอออกจากโรงพยาบาล
พอออกจากโรงพยาบาล ก็เห็นได้ชัดว่า Felix พยายามเข้ามาควบคุมชีวิต โดยการ gaslicht ว่า Nancy ป่วยและอ่อนแอ ทำให้ถึงตอนนี้เธอไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคมเลย แม้แต่พ่อแม่ก็เชื่อ Felix
ในอีกด้านก็มีการเล่าเรื่องตำรวจหญิงชื่อ Maud ซึ่งไม่ได้ทำคดีของ Kira และมีปัญหาส่วนตัวกับตำรวจเจ้าของคดี Kira
จนมากลางเล่มแหละ เรื่องถึงได้ดำเนินให้ตำรวจ Maud กับ Nancy ได้เจอกัน หลังจากที่ Nancy ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ... Nancy เล่าเรื่องข้อสงสัยว่า Kira จะถูกฆาตกรรม และคราวนี้ตำรวจ Maud เชื่อเธอ เพราะเห็นหลักฐานบางอย่างในภาพถ่ายที่เกิดเหตุ ดังนั้นตำรวจจึงตัดสินใจรื้อคดีขึ้นมาอีกครั้ง
ท้ายเล่มสนุกค่ะ แต่ต้นเล่มจนถึงกลางเล่มปลายๆ อึดอัด ดำเนินเรื่องช้า ต้องปลุกกำลังใจอย่างมากจึงจะเข็นอ่านจนจบได้


