ฉันรักการอ่าน
Thursday, April 30, 2026
เชิญรับแมวเป็นยาที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าได้เลยครับ
How to Sleep Like a Caveman
หนังสือชื่อ : How to Sleep Like a Caveman
ผู้แต่ง : Merijn van de Laar
สำนักพิมพ์ : HarperCollinsPublishers
เป็นหนังสือดีเล่มหนึ่งค่ะ แต่ไม่เหมาะกับเรา ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่ไม่ได้มีปัญหาการนอนหลับจริงจังอะไร แต่อ่านประดับความรู้ คือเนื้อหามันดีเกินจำเป็นสำหรับผู้ไม่มีปัญหา
หนังสือบอกว่า ที่ผ่านมาเราซีเรียสมากเกินไปกับการคิดว่าคนเราต้องนอนวันละ 8 ชั่วโมง จริงๆ แล้ว 8 ชั่วโมงนี้ไม่ได้มีผลทางวิทยาศาสตร์รองรับเลย เป็นเพียงแต่ในยุคอุตสาหกรรมมีการชวนเชื่อว่าเราแต่งแบ่งเวลาชีวิตแต่ละวัน โดยเป็น 8 ชั่วโมงทำงาน 8 ชั่วโมงจัดการเรื่องส่วนตัว กับอีก 8 ชั่วโมงนอน ...แต่จริงๆ แล้วเมื่อศึกษาพบว่าคนเราต้องการนอน 6-7 ชั่วโมงก็พอ
คนที่มีปัญหานอนไม่หลับ จริงๆ แล้วไม่ได้มีปัญหาเรื่องการนอน คือเวลาเขาหลับ เขายังหลับได้ลึกถึงระดับ NREM3 เช่นเดียวกับคนปกติ ที่เขามีปัญหาคือ ปัญหาตอนตื่นต่างหาก คือเขามักจะนอนนิ่งๆ บนเตียงพยายามหลับแต่ไม่หลับ พยายามแล้วพยายามเล่า นอนจ้องเข็มนาฬิกาเพื่อให้หลับ แต่ไม่หลับ จึงกังวล จึงไม่หลับ วนลูปไป
วิธีบำบัดสำหรับคนนอนไม่หลับ (แบบปกติ ไม่ได้เป็นโรค เช่น โรคหยุดหายใจขณะหลับ)
- จำกัดเวลาอยู่บนเตียง คือนอนบนเตียงเมื่อต้องการจะนอนจริงๆ และถ้านอนไม่หลับ ก็ไม่ต้องอดทนนอนพยายามจะหลับ ให้ลุกออกจากเตียงไปหาอะไรทำซะ รู้สึกง่วงแล้วค่อยกลับมานอนใหม่
- เปลี่ยนมายด์เซ็ตที่ว่าคนเราต้องนอน 8 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน การนอนคือส่วนหนึ่งของกิจกรรมมนุษย์ที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ คนสมัยก่อนก็นอนน้อย และต้องนอนอย่างระมัดระวังสัตว์นักล่า ดังนั้นไม่แปลก ถ้าเราจะหลงเหลือสัญชาติญาณของการหลับแค่ไม่กี่ชั่วโมง และตื่น แล้วค่อยกลับไปหลับใหม่ เปรียบเหมือนมนุษย์ถ้ำที่ตื่นขึ้นมาเช็คสิ่งคุกคามในตอนกลางคืน
- ไม่ควรดื่มกาแฟหลังห้าโมงเย็น (บางคนคิดว่ากาแฟไม่มีผลกับการนอนของเขา แต่จริงๆ แล้วมีผล จากการศึกษาพบว่า คนเหล่านี้หลับสั้นลง หลับๆ ตื่นๆ สั้นลง แต่ตื่นเช้ามา เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองหลับสั้นกว่าปกติ) ยิ่งอายุมากขึ้น ก็จะยิ่งเซ็นซิทีฟกับคาเฟอีนมากขึ้น
- เอาหมามานอนด้วยในห้องนอนได้ แต่ให้มันนอนในที่นอนของมัน ส่วนแมวไม่แนะนำ เพราะนิสัยการนอนของแมว แมวเป็นสัตว์พวกนอนงีบสั้นๆ และตื่นเช้า มันจะรบกวนการนอนของคน ในขณะที่หมาถ้านอนเตียงเดียวกับเรา การขยับตัวเปลี่ยนท่าของมันอาจมีผลรบกวนการนอนของเรา
- อุณหภูมิกับแสง มีผลต่อการง่วงนอน ก่อนนอน 3 ชั่วโมง ให้อยู่ในที่สลัวๆ จะกล่อมให้ง่วง ทำมือเท้าให้อุ่น เช่นใส่ถุงเท้า ส่วนหัวให้เย็น เช่นหนุนหมอนที่ควบคุมอุณหภูมิ
- มื้อเย็นกินโปรตีนเยอะๆ กินไขมันน้อยๆ จะได้หลับดี
- เตรียมตัวผ่อนคลาย 1.5 ชั่วโมงก่อนนอน เช่น ฟังเพลงเบาๆ ทำสมาธิ ดูทีวี ฯลฯ
- ในผู้ใหญ่ การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้หลับดี และการออกกำลังกายไม่เพียงแต่มีผลดีต่อการนอน แต่ยังดีต่อความรู้สึกสดชื่น มีพลังเมื่อตื่นนอน
- เข้านอนให้ตรงเวลา
- อย่ามองนาฬิกาเมื่อตื่นระหว่างคืน เอานาฬิกาออกไปจากห้องนอนก็ยิ่งดี เพราะตื่นกลางดึกมองนาฬิกาทำให้เรากังวล และจะนอนไม่หลับ
- ถ้าใช้นาฬิกาปลุก อย่า snooz ถ้านาฬิกาปลุกดัง ให้ตื่นเลย การนอนต่ออีก 5-10 นาที ไม่ช่วยอะไร คือเรายังไม่เข้าวงจรการนอนเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่สดชื่นไปกันใหญ่
ที่จดมาก็มีประมาณนี้แหละค่ะ แต่หนังสือไม่ได้เขียนถึงปัญหาการตื่นกลางดึกเนื่องจากปวดฉี่แฮะ
เอาเป็นว่าถ้าอยากอ่าน แต่ไม่มีเวลา ข้ามไปอ่านบทที่ 9 และ 10 เลยค่ะ ที่เหลือวิชาการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเกริ่นถึงความสำคัญของการนอน ย้อนไปถึงยุคมนุษย์ถ้ำ การศึกษาการนอนของชนเผ่าที่แทนซาเนีย ฯลฯ คือมันดีแหละ แบบรู้ไว้ไง แต่มันไม่เกี่ยวกับเรา
Sunday, April 19, 2026
The Last Days of Kira Mullan
ผู้แต่ง : Nicci French
สำนักพิมพ์ : Simon & Schuster
อ่านเล่มนี้นานมากค่ะ ใช้เวลาหลายเดือน อยากจะเทตั้งหลายรอบเพราะช่วงต้นๆ ไปจนถึงกลางๆ ของเล่มไม่สนุก ไม่สมจริง ...แต่เพราะความอยากรู้ว่าฆาตกรคือใคร เลยทำให้พยายามเข็นตัวเองอ่านจนจบในที่สุด (ปรากฎว่าประมาณ 20 บทสุดท้าย ท้ายเล่มสนุก เดินเรื่องกระชับ ซึ่งคนละอารมณ์กับตอนต้นและกลางเล่มมากค่ะ)
ตัวเอกของเรื่องคือ Nancy เคยเป็นถึงเจ้าของร้านอาหาร แต่ตอนนี้ประสบปัญหาสุขภาพจิต ทำให้ต้องสูญเสียแทบทุกอย่าง และกำลังอยู่ในช่วงพักรักษาตัว
Nancy ป่วยจิตเวชค่ะ เธอหลอนได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ตอนนี้เธออยู่ในช่วงรักษาตัว ค่ารักษาก็แพงจน Nancy กับแฟน Felix ต้องย้ายออกจากอพาร์ทเมนต์หรูมาอยู่แฟลตที่ราคาย่อมเยาลง
Kira Mullan คือหญิงสาวสวยที่เป็นเพื่อนร่วมแฟลตกับ Nancy และ Felix พักอยู่คนเดียว
Kira ถูกพบแขวนคอเสียชีวิต เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ Nancy และ Felix ย้ายเข้ามา ตำรวจคิดว่าเป็นการจบชีวิตตัวเอง คดีก็เลยจบเร็ว
แต่ Nancy ไม่เชื่อเช่นนั้น และดูเหมือน Nancy จะเป็นคนสุดท้ายที่เห็น Kira ตอนยังมีชีวิตอยู่ ... Nancy เดินชนกับ Kira ตรงประตูทางเข้าแฟลต จนของในถุงที่ Kira ถือมาหล่นกระจัดกระจาย และ Kira พูดอะไรบ้างอย่างกับ Nancy แต่ด้วยความที่เธอกินยาเข้าไปเยอะก็เลยเบลอๆ จำไม่ได้ว่าพูดว่าอะไร
Nancy พยายามบอกทุกคนว่า Kira ไม่น่าจะฆ่าตัวตาย แต่ไม่มีใครเชื่อ Felix เนี่ยตัวดีที่ไม่เชื่อ และพยายามไซโคให้คนอื่นคิดว่า Nancy เป็นบ้า และเริ่มเห็นภาพหลอนอีกครั้ง ...พอ Nancy จุ้นจ้านกับการสืบเรื่อง Kira มากเข้า Filix ก็จับ Nancy ส่งโรงพยาบาลจิตเวช และให้อยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าอาการจะดี
....มาถึงตรงนี้เนี่ยแหละค่ะ ที่ทำให้รู้สึกอยากเท ไม่อยากอ่านต่อ รู้สึกว่าไม่สมจริงและเนื้อเรื่องน่าอึดอัด slow burn เกินไป คือ ตอนนั้นทุกคนเชื่อว่า Nancy หลอน เป็นบ้า แล้วคนที่มาช่วยจับตัว Nancy ส่งโรงพยาบาลคือหมอจิตเวชประจำตัวของ Nancy เอง ... คือหมอว่างขนาดนั้นเลยหรือ? แถมช่วยกันจับตัวคนไข้โดยไม่มีตำรวจเข้ามาดูด้วย เหมือนลักพาตัวเลย แถม Nancy ก็ไม่ได้มีลักษณะที่จะเป็นภัยคุกคามอันตรายแก่ชีวิตต่อใครในแฟลตเลย แค่มีฟฤติกรรมแปลกๆ สอดส่องเกินงาม แต่ไม่ได้ข่มขู่ใครเลย ทำไมเจ้าหน้าที่จึงมาจับตัวอย่างรวดเร็วและทำให้เรื่องต่างๆ เป็นเรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็น
....จากนั้นอีกหนึ่งในสามของหนังสือก็บรรยายถึงตอนที่ Nancy อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช การโดนคุกคาม การพูดอะไรไม่มีใครเชื่อ การโดยยัดเยียดให้เป็นคนป่วยโดยผู้เชี่ยวชาญ ...จนสุดท้าย Nancy ต้องเอาตัวรอดด้วยการเล่นตามน้ำ ทำตัวอ่อนโยน ยอมรับผิด ยอมรับว่าป่วย ขอโทษทุกคน และเชื่อฟัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตายใจและยอมปล่อยเธอออกจากโรงพยาบาล
พอออกจากโรงพยาบาล ก็เห็นได้ชัดว่า Felix พยายามเข้ามาควบคุมชีวิต โดยการ gaslicht ว่า Nancy ป่วยและอ่อนแอ ทำให้ถึงตอนนี้เธอไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคมเลย แม้แต่พ่อแม่ก็เชื่อ Felix
ในอีกด้านก็มีการเล่าเรื่องตำรวจหญิงชื่อ Maud ซึ่งไม่ได้ทำคดีของ Kira และมีปัญหาส่วนตัวกับตำรวจเจ้าของคดี Kira
จนมากลางเล่มแหละ เรื่องถึงได้ดำเนินให้ตำรวจ Maud กับ Nancy ได้เจอกัน หลังจากที่ Nancy ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ... Nancy เล่าเรื่องข้อสงสัยว่า Kira จะถูกฆาตกรรม และคราวนี้ตำรวจ Maud เชื่อเธอ เพราะเห็นหลักฐานบางอย่างในภาพถ่ายที่เกิดเหตุ ดังนั้นตำรวจจึงตัดสินใจรื้อคดีขึ้นมาอีกครั้ง
ท้ายเล่มสนุกค่ะ แต่ต้นเล่มจนถึงกลางเล่มปลายๆ อึดอัด ดำเนินเรื่องช้า ต้องปลุกกำลังใจอย่างมากจึงจะเข็นอ่านจนจบได้
Thursday, December 11, 2025
The Cinnamon Bun Book Store
หนังสือชื่อ : The Cinnamon Bun Book Store
ผู้แต่ง : Laurie Gilmore
สำนักพิมพ์ : HarperCollinsPublisher Ltd
เป็นเล่มที่สองในชุด Dream Harbor Series ค่ะ (แต่ละเล่มอ่านแยกกันได้ค่ะ หรืออ่านก่อนหลังก็ได้ ไม่มีงง) เป็นนิยายรักใสๆ ไม่มีดราม่า ไม่มีมือที่สาม อ่านได้เบาๆ โดยมีฉากหลังเป็นหมู่บ้าน Dream Harbor ที่ตัวละครทุกคนอยู่
เล่มนี้เป็นเรื่องของ Hazel ผู้จัดการร้านหนังสือชื่อ Cinnamon Bun Book Store เป็นร้านหนังสือประจำเมืองแห่งนี้ -- ชีวิตของ Hazel เรียบง่ายมาเสมอ และตอนนี้เธออายุจะเข้าใกล้ 30 แล้ว อารมณ์วิกฤตวัย (ใกล้) กลางคน ทำให้ Hazel รู้สึกว่าอยากทำอะไรตื่นเต้นในชีวิตบ้าง
ในร้านมีลูกค้าขาประจำ ที่ดูภายนอกไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนชอบอ่านหนังสือ อย่าง Noah แวะมาซื้อหนังสือประจำ เพื่อนๆ ของ Hazel กระซิบบอกเธอว่า Noah กำลังตามจีบเธออยู่ แต่ Hazel ไม่อยากจะเชื่อ --- Noah ทำทัวร์ตกปลาค่ะ เขามีเรือ และนำทัวร์พานักท่องเที่ยวไปตกปลา นอกเวลาล่องเรือ ก็พักอยู่ชั้นบนของผับของ Mac และถ้าว่างก็ลงมาข้างล่างมาช่วยงานเป็นบาร์เทนเดอร์ในผับ
ช่วงเดือนก่อนวันเกิดของ Hazel เธอพบว่า หนังสือที่วางขายในร้าน มีใครบางคนเอาปากกามาไฮไลต์บางประโยคในหนังสือ ทำให้หนังสือเล่มนั้นตีเป็นเสีย ขายไม่ได้ -- Hazel ไม่พอใจ แต่ขณะเดียวกันก็สงสัยในประโยคที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ และเริ่มทำตามที่หนังสือแนะนำ และ Noah ก็บังเอิญรู้เรื่องนี้ และก็ช่วยเธอ
Hazel ขอให้ Noah ช่วยเพราะคิดว่า Noah มีบุคลิกแบบคนไม่มีกังวลอะไร ใช้ชีวิตสบายๆ ไม่คิดลึก คิดมาก ซึ่งตรงกันข้ามกับเธอ เธออยากเป็นคนแบบนั้นบ้าง และอยากมีชีวิตก่อนถึงวันครบรอบวันเกิดแบบสนุกๆ ลองใช้ชีวิตแบบไร้กังวล ไม่คิดมากดูบ้าง
คนที่ภายนอกดูเหมือนไม่คิดอะไรมากอย่าง Noah จริงๆ แล้วมีเรื่องในใจ Noah มีปมในใจเพราะเขาเรียนไม่จบ ถึงแม้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย แต่ระบบการเรียนไม่เหมาะกับเขา เขาไม่สามารถนั่งเรียนในห้องเรียนได้ จนสุดท้ายก็เรียนไม่จบ พอมาทำงานช่วยกิจการของพ่อ พองานที่รับผิดชอบเริ่มมีความซับซ้อนขึ้น เขาก็ไม่สามารถทำได้ ก็เลยออกจากบ้านมา ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง มาอยู่ที่ Dream Harbor -- ดังนั้น Noah จึงมีปมว่า ตนเองไม่ดีพอ ไม่ดีพอสำหรับคนดีๆ อย่าง Hazel ด้วย
เนี่ยแหละค่ะ ต่างคนก็ต่างจีบกันไประหว่างนั้นก็ไม่แน่ใจในอีกฝ่าย Hazel ก็คิดว่า ผู้ชายเป็นพวกสนุกไปเรื่อยๆ คงไม่จริงจังกับยายเฉิ่มอย่างเธอ ส่วน Noah ก็คิดว่าตัวเองไม่เหมาะสม ไม่ดีสำหรับผู้หญิงดีๆ อย่างเธอ
จบแฮปปี้ค่ะ พร้อมเฉลยว่าใครคือบุคคลปริศนาที่มาแอบทำไฮไลต์หนังสือในร้าน
สนุกแบบโลกสวย อ่านสบายๆ
Saturday, November 22, 2025
ขบวนแห่ศพนักบุญปีเตอร์
หนังสือชื่อ : ขบวนแห่ศพนักบุญปีเตอร์
ผู้แต่ง : มิยาเบะ มิยูกิ
ผู้แปล : บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์
สำนักพิมพ์ : ไดฟุกุ
สนุกมาก เป็นหนังสือที่สืบสวนที่สนุกที่สุดประจำปี 2025 ที่ได้อ่านมาเลยค่ะ ...หน้าปกและชื่อเรื่องจะเขียนว่าเล่ม 1 แต่ในอีบุ๊กคือครบจบในเล่มเดียวค่ะ
นักบุญปีเตอร์คือ นักบุญหนึ่งในสาวกของพระเยซู ที่ปฏิเสธการเป็นสาวกของพระเยซูตอนที่พระเยซูถูกรุมล้อมและนำไปตรึงไม้กางเขน นักบุญปีเตอร์คงกลัวตาย กลัวความคลั่งของคนที่เขามาเอาตัวพระเยซู จึงปฏิเสธว่าตนไม่ใช่ลูกศิษย์ของพระเยซูถึงสามครั้ง ...หลังจากที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนไปแล้ว นักบุญปีเตอร์จึงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความรู้สึกผิด สุดท้ายนักบุญปีเตอร์ก็เสียชีวิตลงด้วยการถูกตรึงไม้กางเขนเช่นเดียวกับพระเยซู (แต่ตรึงแบบกลับหัวลง)
ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องของคนที่มีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำลงไป
หนังสือบรรยายตามสายตาของตัวเอกของเรื่อง คือ "ซึงิมูระ ซาบูโร" เป็นลูกเขยมหาเศรษฐี และถูกพ่อตาสั่งให้ลาออกจากงานเก่า มาทำงานเป็นรอง บ.ก. ของนิตยสารภายในของบริษัทพ่อตาเอง
ซาบูโรและหัวหน้าต้องเดินทางไปสัมภาษณ์อดีตผู้บริหารบริษัทที่บ้านพักตากอากาศสำหรับคนชรา ...ขากลับก็นั่งรถเมล์กลับ ...กลายเป็นว่า หนึ่งในผู้โดยสารรถเมล์ลุกขึ้นมาเป็นโจรจับตัวประกัน
ตัวประกันมีทั้งหมดหกคนรวมคนขับรถ คนร้ายปล่อยคนขับรถกับคนชราให้ออกไปแจ้งความบอกตำรวจ ดังนั้นในรถเมล์จึงเหลืออยู่ 5 คน รวมทั้งซาบูโรและหัวหน้า
คนร้ายไม่ได้ต้องการเงิน แต่เรียกร้องขอพบคน 3 คน ให้ตำรวจพามาให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง
แน่นอนอยู่แล้วว่า การจับตัวประกันแบบนี้ คนร้ายจบไม่สวย ...ดังนั้นตอนจบคือตัวประกันทุกคนรอด และคนร้ายเสียชีวิต
....แต่เรื่องทั้งหมดไม่จบเพียงเท่านี้
หลังเหตุการณ์จี้ตัวประกันบนรถเมล์ กลายเป็นว่า ชีวิตของคนร้ายเป็นปริศนา ไม่มีใครทราบแรงจูงใจของเขา และสามคนที่เขาต้องการพบนั้นเกี่ยวข้องอะไร ต้องการพบเพื่ออะไร
เรื่องมันไม่จบ เพราะจู่ๆ ตัวประกันทุกคนก็ได้รับพัสดุ ภายในซองเป็นเงินจากคนร้าย บอกว่าเป็นค่าทำขวัญ ตัวประกันจึงมารวมตัวกันเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ เพราะไม่กี่ชั่วโมงที่ตกเป็นตัวประกัน ทำให้ทุกคนรู้สึกผูกพันกัน ...ในหมู่ตัวประกัน มีบางคนต้องการใช้เงิน ส่วนบางคนไม่ต้องการแตะต้องเงินนี้ และอยากให้แจ้งตำรวจ ในที่สุดเลยตกลงกันว่า เก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวก่อน ระหว่างนี้ก็จะสืบหาว่าใครคือคนส่งเงิน และเกี่ยวข้องอะไรกับคนร้าย รวมถึงสืบให้รู้ด้วยว่าคนร้ายมีแรงจูงใจอะไร จึงมาจี้รถเมล์
.
สนุกด้วยสำนวนการเขียน เรื่องที่เดาตอนจบไม่ได้ ซับซ้อน และมีแทรกด้วยชีวิตส่วนตัวของซาบูโรที่ไม่ง่ายเลย กับการเป็นหนูตกถังข้าวสาร ที่ต้องพยายามไม่ใส่ใจกับเสียงคนรอบข้าง และพยายามประคับประคองชีวิตสมรส (ภรรยาที่ไม่เพียงฐานะต่างกัน แต่วิธีคิดของคนเราก็เป็นไปตามฐานะด้วย)
.
อ่านจบเห็นด้วยกับซาบูโรที่ว่า ความชั่วร้ายติดต่อกันได้ ซาบูโรเปรียบเทียบว่าความชั่วเหมือนแหวนเอกธำมรงค์ในเรื่องลอร์ดออฟเดอะริง และเมื่ออยู่ในอำนาจของมัน ชีวิตก็ไม่มีวันสงบอีก
Wednesday, November 19, 2025
โทคิโอะ
หนังสือชื่อ : โทคิโอะ
ผู้แต่ง : ฮิงาชิโนะ เคโงะ
ผู้แปล : ดนูรัตน์ ทุ่งบูรพา
สำนักพิมพ์ : ไดฟุกุ
เป็นแนวเรื่องข้ามเวลา ลูกชายย้อนเวลากลับมาช่วยทำให้พ่อใช้ชีวิตอยู่ในร่องในรอย
โทคิโอะ เป็นลูกชายของ "มิยาโมโตะ ทาคุมิ" -- ตัวโทคิโอะป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรมที่ชื่อ "โรคเกรโกริอุส" -- เป็นโรคที่ไม่มีอยู่จริงค่ะ ผู้แต่งสมมุติขึ้นมา -- โรคนี้แสดงอาการขึ้นเมื่อโทคิโอะใกล้จบ ม.3 และทำให้เขาต้องนอนติดเตียงอยู่กว่าสามปี อาการมีแต่จะหนักขึ้นหนักขึ้น จนใกล้ถึงวาระสุดท้ายเต็มที
กลายเป็นว่า เมื่อตายไป โทคิโอะได้ย้อนเวลามาในปี 1979 ตอนที่ทาคุมิผู้พ่ออายุ 23 ปี -- ในตอนนั้นทาคุมิเป็นคนสันดานแย่ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ทำงานไม่ทน เปลี่ยนงานบ่อย เงินก็ไถแฟนใช้ ทำตัวเอาแต่ใจ ลูกคุณหนู เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง มีความฝันเลื่อนลอยว่าจะรวยสักวัน แต่สองมือไม่เคยทำอะไร
โทคิโอะย้อนเวลามาเจอทาคุมิที่สวนสาธารณะฮานะยะชิกิ และก็ตามติดเขาตั้งแต่นั้น
ทาคุมิตอนนั้นมีแฟนชื่อ "จิสุรุ" เป็นผู้หญิงดี คอยตามล้างตามเช็ดปัญหาที่ทาคุมิก่อ คอยฝากงานให้ แต่ทาคุมิก็ทำไม่ทน ...จนฟางเส้นสุดท้าย จิสุรุขอร้องให้ทาคุมิไปสมัครงานเป็น รปภ. ทาคุมิรับปาก แต่ไปสายเพราะมัวแต่เล่นปาจิโกะ แถมยังปากเสียทะเลาะกับคนให้สัมภาษณ์ ...พอทาคุมิกลับมาก็พบว่าจิสุรุทิ้งจดหมายลาไว้ให้ดูต่างหน้า เจ้าตัวหายไปเสียแล้ว
แต่ดูเหมือนว่า แฟนใหม่ของจิสุรุ (หรือผู้ชายที่จิสุรุหนีไปด้วยกัน) นั้นได้ก่อเรื่องบางอย่างไว้ ทำให้มาเฟียก็ออกตามหาเช่นกัน โดยมาเฟียข่มขู่ให้ทาคุมิหาแฟนให้เจอ
โทคิโอะอยากให้ทาคุมิไปพบแม่แท้ๆ ที่เขารังเกียจมาโดยตลอด ...ทาคุมิมีปมว่าพ่อแม่ทิ้งค่ะ โดยเขาไม่รู้ว่าพ่อแท้ๆ ของเขาเป็นใคร เขาเกิดมาจากแม่วัยรุ่น ตอนเล็กๆ เขาป่วยบ่อย แม่แท้ๆ ของเขาก็ป่วยทำให้ทำงานหนักไม่ได้ แม่แท้ๆ จึงตัดใจยกเขาให้เป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวที่ไม่มีบุตรคู่หนึ่ง
เมื่อทาคุมิรู้ความจริงเขาจึงรู้สึกโกรธ และไม่อยากฟังคำอธิบายใดๆ จนกระทั่งแม่แท้ๆ ของเขากำลังป่วยหนัก และขอร้องให้เขามาดูใจเธอเป็นครั้งสุดท้าย ทาคุมิปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ...แต่โทคิโอะตื้อให้เขาไปเจอแม่ เพราะเป็นเส้นทางผ่านไปโอซากะเพื่อตามหาจิสุรุ (ที่คาดว่าไปหาเพื่อนที่นั่น)อยู่แล้ว
----
สนุกนะคะ อาจจะไม่ค่อยอินกับเรื่องย้อนเวลา แต่ผู้เขียนเล่าเรื่องได้สนุก คนแปลก็แปลดีค่ะ มีอธิบายบริบท หรือมุกบางมุกที่ถ้าไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นจะไม่เข้าใจ
เรื่องนี้ทิ้งปมให้ขบคิดเรื่องการมีชีวิต ...อย่างโทคิโอะ ถ้าเขารู้ว่าเขาเกิดมาพร้อมกับโรคทางพันธุกรรมที่รักษาไม่หาย และต้องตายทรมานตั้งแต่อายุยังน้อย เขาจะโกรธพ่อแม่ของเขาหรือไม่? โดยเฉพาะถ้าเขารู้ว่าพ่อแม่เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะป่วย แต่เลือกที่จะไม่ทำแท้ง กลับปล่อยให้เขาคลอดออกมา
อ่านแล้วชวนให้พิจารณาเรื่องความตาย คนเราตายในที่สุดทุกคนแหละค่ะ แต่ส่วนใหญ่เราจะไม่รู้ว่าเมื่อไร และวิธีใด การมีชีวิตอยู่ในแต่ละวัน การสามารถหายใจเข้า-ออกในปัจจุบันขณะ จึงเป็นเรื่องที่ควรขอบคุณแล้ว
Monday, November 17, 2025
ด้ายแห่งความหวัง
หนังสือชื่อ : ด้ายแห่งความหวัง
ผู้แต่ง : ฮิงาชิโนะ เคโงะ
ผู้แปล : บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์
สำนักพิมพ์ : ไดฟุกุ
สนุกค่ะ ส่วนตัวคิดว่าเป็นนิยายของผู้เขียน "เคโงะ" ที่สนุกรองมาจากเรื่อง "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" เลย -- อย่าให้หน้าปกหลอกเราค่ะ หน้าปกดูเศร้าๆ เรื่องตอนบทนำก็เศร้า แต่ถ้าอ่านจนจบจะสรุปได้ว่าเป็นหนังสือที่อบอุ่นหัวใจเล่มหนึ่งเลยทีเดียว
บทนำเกริ่นเรื่องโศกนาฏกรรมของครอบครัวฮิโอมิ ยูกิโนยุ กับเรโกะ ภรรยา ทั้งคู่สูญเสียลูกทั้งสองคนในคราวเดียวกันด้วยเหตุแผ่นดินไหว ทั้งสองสามีภรรยาใจสลาย แต่สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะพยายามมีลูกใหม่อีกครั้ง เหมือนมีลูกใหม่เพื่อทดแทนความสูญเสีย เยียวยาจิตใจของทั้งคู่
จากนั้นหนังสือก็ตัดกลับเข้ายุคปัจจุบัน มีคดีที่ตำรวจอย่าง "มัตสึยิมะ ชูเฮ" ต้องสืบสวน คือคดีฆาตกรรมของหญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านเค้ก ที่พบเสียชีวิตจากการถูกแทง ...เป็นคดีที่ปวดหัวมาก เพราะผู้ตายไม่มีศัตรูที่ไหน เป็นคนดี หย่า และโสด ...ตำรวจมืดแปดด้านในการหาแรงจูงใจกับคดีฆาตกรรมครั้งนี้
ในอีกบท หนังสือก็เล่าถึง "โยชิฮาระ อายาโกะ" ผู้จัดการโรงแรมแบบเรียวกังแห่งหนึ่ง ซึ่งพ่อของเธอกำลังป่วยหนัก และวาระสุดท้ายใกล้เข้ามาทุกทีๆ พ่อได้ทำพินัยกรรมแบบรับรองอย่างเป็นทางการไว้แล้ว ดังนั้นทนายจึงส่งสำเนาพินัยกรรมนั้นในเธออ่าน (ตามกฎหมายญี่ปุ่นคือ การทำพินัยกรรมแบบนี้ เปิดอ่านก่อนเสียขีวิตได้ คนข้างหลังจะได้เตรียมตัว เพราะพินัยกรรมตัวจริงได้รับการรับรองและลงทะเบียนในศาลแล้ว -- เหมือนของฮอลแลนด์) --- เนื้อหาหนึ่งในพินัยกรรมคือการรับรองบุตร ...บุตรซึ่งอายาโกะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตนเองมีน้องชาย (คนละแม่) และน้องชายที่ว่าคือ "มัตสึยิมะ ชูเฮ"
ดังนั้นในเล่มนี้ จึงมีสองเรื่องในเล่มเดียวกัน คือ เรื่องไขปริศนาคดีฆาตกรรม ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับครอบครัวฮิโอมิ ยูกิโนยุ อย่างคาดไม่ถึง และอีกเรื่องคือเรื่องชาติกำเนิดส่วนตัวของ "มัตสึยิมะ ชูเฮ"
ความหมายของ "ด้ายแห่งความหวัง" ในหนังสือเล่มนี้ คือสายใยบางๆ ทางสายเลือดที่ผูกพันคนเข้าด้วยกัน ถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดู






