Wednesday, August 10, 2022

The Hunting Party

 


หนังสือชื่อ  :  The Hunting Party

ผู้เขียน  :  Lucy Foley

สำนักพิมพ์  :  HarperCollinsPublishers


สนุกค่ะ สำนวนการเล่าเรื่องดีมาก ทำให้ต้องอ่านไปเรื่อยๆ หยุดไม่ได้ จนกว่าจะจบเล่ม เรียกว่าอ่านเสียงานเสียการกันเลยทีเดียวค่ะ

เป็นนิยายฆาตกรรมค่ะ พล็อตเรื่องคือ กลุ่มเพื่อนสนิท อันประกอบด้วย

 Mark และ Emma

Julien และ Miranda

Nick  และ Bo

Giles และ Samira กับลูกสาววัยหกเดือน ชื่อ Priya

และ Katie

ทั้งหมดนี้จัดทริปฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในปี 2018-2019 กันที่กระท่อมล่าสัตว์ห่างไกลแห่งหนึ่งในสก็อตแลนด์ค่ะ

ในกลุ่มนี้ ยกเว้น Emma กับ Bo ที่เหลือเป็นเพื่อนเก่าแก่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ออกฟอร์ดค่ะ คือเป็นประเพณีกันในกลุ่มที่ทั้งหมดจะมารวมตัวจัดทริปฉลองปีใหม่ด้วยกันในสถานที่ต่างๆ

เพื่อนๆ กลุ่มนี้ ภายนอกที่ดูเหมือนรักกัน ... แต่มันมีความแปลกๆ อยู่ค่ะ มันดูฉาบฉวย มันดูพยายามเกินไป

.

กระท่อมล่าสัตว์ (จริงๆ เป็นเหมือนปราสาทเลยล่ะค่ะ หรูอยู่) นี้ อยู่ไกลปืนเที่ยง เจ้าของเป็นคนอังกฤษอยู่ลอนดอน ที่กระท่อม มีผู้ดูแล 2 คน คือ Heather เป็นเหมือนผู้จัดการน่ะค่ะ กับอีกคนคือ Doug ทำหน้าที่เหมือนดูแลความปลอดภัยของสถานที่ ... นอกเหนือจากสองคนนี้แล้ว ก็ยังมีแขกเป็นคู่รักชาวไอซ์แลนด์อีกสองคนค่ะ แต่สองคนนี้พักในบังกะโล แยกห่างออกไปต่างหากจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 

หนังสือเล่าอย่างมีชั้นเชิงมากค่ะ เล่าบทสลับระหว่างเหตุการณ์ปัจจุบัน กับเหตุการณ์เมื่อสามวันที่แล้ว 

เหตุการณ์ปัจจุบันคือเจอศพของแขกที่หายไป และเห็นได้ชัดจากไกลๆ ว่า ศพนั้นไม่ได้ตายจากอุบัติเหตุ ... แต่หนังสือไม่ยอมเฉลยให้คนอ่านรู้ว่า ใครกลายเป็นศพ? และใครคือฆาตกร? ... มีความเป็นไปได้สูงที่ฆาตกรจะคือหนึ่งในแขก เพราะช่วงที่เกิดเหตุนั้น หิมะตกหนัก คนนอกไม่สามารถเข้ามายังพื้นที่ได้ 

หนังสือตัดกลับไปเหตุการณ์เมื่อสามวันที่แล้ว และแบ่งบทตามความคิดของตัวละครแต่ละคน ทำให้เรารู้ว่าใครคิดยังไง และใครนิสัยเป็นอย่างไร และเราก็เริ่มเห็นรอยร้าวในความสัมพันธ์ของเพื่อนกลุ่มนี้ค่ะ รวมถึงรอยร้าวในชีวิตคู่ด้วย

ในกลุ่มนี้ Miranda เป็นผู้หญิงสวย มีเสน่ห์ เป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของทุกคน ... ด้านมืดคือ เธอก็รู้ตัวดีถึงเสน่ห์ของเธอค่ะ เธอเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง บูลลี่คนอื่น เห็นใครดีกว่าไม่ได้ (ทั้งหมดทำโดยไม่เจตนา คือเป็นนิสัยของเธอน่ะค่ะ จนเราอ่านแล้วเราก็เกลียดเธอไม่ลง) ความมีเสน่ห์ ความช่างบงการของเธอเป็นแรงดึงดูดร้อยให้เพื่อนๆ ทั้งหมดอยู่ด้วยกันค่ะ

Katie ดูเหมือนช่วงนี้ เธอมีความลับบางอย่างอยู่ในใจค่ะ Katie มีนิสัยตรงกันข้ามกับ Miranda ... ในขณะที่ Miranda เป็น party girl นั้น Katie กับเงียบมาก เหมือนเป็นเงาของ Miranda ... Miranda เลือกที่จะคบกับ Katie นะคะ เข้าใจว่า ด้วยนิสัยขี้อิจฉาของเธอ เธอจึงสบายใจที่จะคบกับคนที่ดูด้อยกว่าเธอในทุกด้าน

Emma พยายามจะใช้ทริปนี้เป็นการพิสูจน์ตัวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มค่ะ ถึงแม้เธอจะคบกับ Mark มาสามปีแล้วก็ตาม แต่เธอยังรู้สึกว่า ในกลุ่มเพื่อน เธอยังเป็นคนนอกอยู่ดี

นอกจากนี้ ยังดูเหมือน คนดูแลกระท่อมอย่าง Heather และ Doug ก็มีเบื้องหลังบางอย่าง ที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจเลือกมาทำงานในสถานที่ที่ห่างไกลจากผู้คนเช่นนี้

.


Friday, August 5, 2022

Eleanor Oliphant is Completely Fine

 


หนังสือชื่อ  :  Eleanor Oliphant is Completely Fine

ผู้เขียน  :  Gail Honeyman

สำนักพิมพ์  :  HaperCollinsPublishers


แนะนำเลยค่ะ เล่มนี้ดีมาก ประทับใจ อ่านแล้วรู้สึกดี

เป็นเรื่องของ Eleanor Oliphant ค่ะ ชื่อของตัวเอกในเรื่อง หนังสือเขียนโดยบรรยายความรู้สึกนึกคิดของ Eleanor เลยค่ะ สิ่งที่เธอคิด สิ่งที่เธอพูด ... หนังสือดำเนินเรื่องไปอย่างช้าๆ แต่มีเสน่ห์ ทำให้เรารู้สึกว่า Eleanor ดูเหมือนเป็นผู้หญิงธรรมดาเหมือนเราๆ แต่อย่างช้าๆ เราจะเริ่มหลงรักเธอค่ะ

Eleanor อายุ 30 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในบริษัทกราฟฟิคดีไซน์แห่งหนึ่งในลอนดอน เธอได้งานนี้ตั้งแต่เรียนจบเลยค่ะ และไม่เคยย้ายงานอีกเลย ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่าง routine มาก คือเดิมๆ ทุกวัน ... เธอเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ไม่ดีนัก นั่งกินกลางวันคนเดียว เล่นเกมคำไขว้ตอนเที่ยงคนเดียว โทรคุยกับแม่เวลาเดิมทุกวันพุธ และตอนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ดื่มวอดก้าคนเดียว เมาหลับไปจนถึงเช้าวันจันทร์ แล้วก็ตื่นมาทำงานอีกครั้ง เป็นอย่างนี้วนเรื่อยไป ไม่เคยไปเที่ยวไหน สังสรรค์ที่ไหน หรือมีเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน .

อ่านบทแรกๆ คิดว่า Eleanor เป็นออทิสติก มีปัญหาเรื่องทักษะในการเข้าสังคมด้วยซ้ำไปค่ะ

จุดเปลี่ยนของชีวิตอยู่ที่ Eleanor ไปปิ๊งนักดนตรีคนหนึ่งค่ะ (ซึ่ง Eleanor ได้ตั๋วมาจากการจับรางวัล) นักดนตรีคนนี้เป็นสาเหตุในเธอพยายามปรับปรุงตัวเอง เริ่มจากการแต่งกาย ทำผมใหม่ แต่งหน้า ฯลฯ ... ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพบกับนักดนตรีคนนั้นค่ะ ...​คือขำมาก เหมือนเด็กสาววัยรุ่นเตรียมตัวพร้อมเพื่อพบกับไอดอลคนพิเศษ ทั้งที่ไอดอลคนนั้นแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Eleanor มีตัวตนอยู่ในโลกนี้หรือไม่

ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่ทำงานก็มีพนักงานไอทีคนใหม่ คือ Raymond ทั้งคู่เริ่มพัฒนามิตรภาพร่วมกัน ผ่านการบังเอิญช่วยนำคนแก่คือ Sammy ส่งโรงพยาบาล เหตุการณ์นี้เลยรอยให้ทั้งสามคนได้เจอะเจอกัน รวมถึงได้รู้จักกับครอบครัวของ Sammy ด้วย

ระหว่างนี้ เราก็จะเริ่มรู้จัก Eleanor มากขึ้น และเริ่มขำไปกับความคิดของเธอ ปนด้วยความรู้สึกเศร้า ...  เธอไม่รู้จักการเข้าสังคม หรือการให้ของขวัญ ...​ก็เพราะเธอไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้เลย ไม่มีใครเชิญเธอไปงานเลี้ยง เธอก็เลยทำตัวไม่ถูกว่าจะต้องทำอย่างไร 

... เราจะรู้จักการให้ได้อย่างไร ถ้าเราไม่เคยได้รับเลย ... Eleanor ในเรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้นแหละค่ะ ด้วยความที่เธอเองไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกของการมีเพื่อน การเป็นที่ยอมรับในสังคม ความห่วงใย ฯลฯ เธอเลยไม่รู้ว่าเธอขาด ดังนั้นจึงรู้สึกว่า เธอโอเคแล้ว มีงานทำ มีเงินเดือน มีบ้านพัก มีทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแล้ว ดังนั้น Everything is completely fine. ค่ะ

ในระหว่างที่อ่านไปนั้น ชีวิตของ Eleanor ก็เป็นปริศนาที่คนอ่านอย่างเราสงสัย เช่น แม่ของ Eleanor อยู่ที่ไหน? ทำไมวันคริสต์มาส Eleanor บอกว่าเธอเมาวอดก้าอยู่คนเดียวในห้อง แม่ของ Eleanor มีนิสัยช่างบงการ และกดให้ Eleanor รู้สึกไร้ค่าตลอดเวลาค่ะ ... เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตในวัยเด็กของ Eleanor ? ทำไมเธอจึงมีแผลไฟไหม้ร้ายแรงที่มือและหน้า? ทำไม Eleanor ต้องอยู่ในสถานสงเคราะห์ตั้งแต่เด็กจนโต? .... ทั้งหมดนี้คนอ่านสงสัย แต่ Eleanor ไม่สงสัยตัวเองค่ะ เธอไร้เดียงสา เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น 

 คนอ่านจึงอ่านไป และเริ่มรักเธอ พร้อมกับเริ่มเป็นห่วงเธอ เพราะการปิ๊งนักดนตรี และพยายามปรับปรุงตัวเองเพื่อให้คู่ควรกับเขานั้น เป็นการพยายามอยู่ฝ่ายเดียว ภายใต้มายาว่านักดนตรีนั้นคือเนื้อคู่ของตัว ... แต่ความจริงคือ นักดนตรีคนนั้น ไม่แม้แต่จะรู้จักเธอด้วยซำ้ไปค่ะ ... เราเลยเป็นห่วงเธอว่า ถ้าความจริงเปิดเผย ถ้าวันนั้นเธอรู้ตัวขึ้นมา จิตใจที่บอบบางของ Eleanor จะแตกสลายแค่ไหน...

....

สปอยด์ ว่าจบดีค่ะ Eleanor อาจจะใจสลาย แต่เธอลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง ภายใต้ความช่วยเหลือของนักจิตบำบัด และเพื่อนดีๆ อย่าง Raymond รวมถึงความลับในอดีตของเธอก็เฉลยค่ะ ... Eleanor เป็นผู้หญิงที่ผ่านอะไรๆ ที่น่าเศร้ามามากเลยเกิน แต่เธอก็รอดชีวิต และเข้มแข็ง ... เธอทำได้ดีเลยล่ะค่ะ 

Sunday, July 10, 2022

Who are you?

 


หนังสือชื่อ  :  Who are you?

ผู้แต่ง  :  Barbara Taylor Bradford

สำนักพิมพ์  :  HarperCollinsPublishers


ยืมเล่มนี้มาอ่านเพราะเห็นคำโปรยน่าสนใจค่ะ พล็อตเรื่องดูน่าสนใจ และเล่มไม่หนามาก น่าจะอ่านไม่นานก็จบ ...​แต่พอมาอ่านจริง กลายเป็นว่า หนังสือน่าเบื่อค่ะ ผู้เขียนขาดเสน่ห์ในการเล่าเรื่อง ทำให้เรื่องที่พล็อตน่าสนใจ กลายเป็นเรื่องคาดเดาได้ น่าเบื่อไปเลย

อย่าเรียกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือตื่นเต้นแนวทริลเลอร์เลยค่ะ เรียกว่าเป็นหนังสือรักโรแมนติกดีกว่า ... นางเอกของเรื่องคือ Margo หนังสือบรรยายว่า สวย รวย ฉลาด และไม่มีญาติพี่น้อง ญาติคนเดียวที่มีคือพ่อ เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนพระเอกชื่อ Jack ทั้งคู่แต่งงานมาได้หนึ่งปีแล้วค่ะ และกำลังจะไปฉลองครบรอบการแต่งงานที่เม็กซิโก ... แต่จู่ๆ Jack ก็ไม่มาขึ้นเครื่องตามนัด อารมณ์ไล่ให้นางเอกไปขึ้นเครื่องก่อน และตัวเองขอไปซื้อของ แล้วก็หายไปเลยค่ะ 

จู่ๆ สามีหาย นางเอกก็ร้อนอกร้อนใจ ...​และเมื่อเธอรีบกลับมาบ้าน ก็พบว่า เงินในบัญชีหายเกลี้ยง! โดนสามีตัวดีโอนย้ายเงินออกไปหมด 

รูปการณ์เหมือนพระเอกเป็นพวกโรแมนติกสแกมเมอร์ค่ะ ยิ่งหนังสือเล่าย้อนอดีตถึงตอนที่นางเอกพระเอกเจอกัน เราก็จะเห็นว่าอดีตของพระเอกลึกลับ เขาไม่เคยเล่าให้นางเอกฟังเลยว่าเป็นใครมาจากไหน นางเอกไม่เคยเจอครอบครัวของพระเอก รู้แค่ว่าพระเอกกำลังอยู่ในช่วงทำใจเนื่องจากสูญเสียเพื่อนรักไป ในขณะที่ตอนนั้นนางเอกก็อยู่ในช่วงไว้ทุกข์ เพิ่งเสียพ่อ ญาติคนเดียวที่มีไปเช่นกัน ... ทั้งคู่เจอกันบนเรือสำราญ รักกัน และแต่งงานกันก่อนที่ทริปจะจบเสียอีกค่ะ

หนังสือมันขาดเสน่ห์ตรงที่ แทนที่ผู้เขียนจะเขียนเล่าแค่มุมของนางเอกฝ่ายเดียว เราคนอ่านจะได้ร่วมลุ้นและเรียนรู้ไปด้วยกัน (เพราะนางเอกไม่เชื่อว่าพระเอกเป็นคนหลอกลวง เชื่อเสมอว่าความรักของเขาทั้งคู่เป็นเรื่องจริง) ... แต่หนังสือดันเล่าทั้งสองมุม ทั้งมุมของนางเอก ที่ยังเชื่อว่าพระเอกเป็นคนดี และพยายามตามหาเขา อีกบทก็เล่าในมุมของพระเอก ที่กำลังทำภารกิจบางอย่าง แต่ก็บรรยายว่าพระเอกนั้นรักนางเอกจริงๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องไม่ให้นางเอกมาเดือดร้อนและอาจได้รับอันตรายไปด้วย 

พอเรื่องเฉลยมาตั้งแต่แรกแบบนี้เลยไม่มีอะไรให้ลุ้นเลยค่ะ และผู้เขียนไม่สามารถบรรยายให้เรารู้สึกถึงนิสัยที่แท้จริงของนางเอกได้ คือ เธอดูพอร์เฟคเกินจริง บุคลิกไม่ชัดเจน คนอ่านเลยจินตนาการภาพนางเอกในหัวไม่ออก 

ตอนจบ ตอนจับคนร้ายได้ ก็ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลยค่ะ ง่ายๆ แบบอย่างงี้ก็ได้ด้วยหรือ!!!???

สรุปคือไม่สนุกค่ะ ไม่แนะนำค่ะ

 

Monday, June 20, 2022

How Do You Live?

 


หนังสือชื่อ  :  How do you live?

ผู้แต่ง  :  Genzaburo Yoshino

ผู้แปล  :  Bruno Navasky

สำนักพิมพ์  :  Penguin Random House UK


ลึกซึ้งค่ะ ซะจนคิดว่าควรมีคนนำมาแปลเป็นภาษาไทย ...รู้สึกเสียดายว่าน่าจะดื่มด่ำกับความลึกซื้งได้ดีกว่านี้ ถ้าได้อ่านในเวอร์ชั่นภาษาแม่ค่ะ

เคยมีไหมคะ สักครั้งในชีวิตที่เราสงสัยตัวเองว่า "เราเกิดมาเพื่ออะไร?" คือเราควรเกิดมาเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่าการตื่นเช้าไปทำงานประจำ เพื่อหาเงินจ่ายค่าโน่นค่านี่ หรือเที่ยวดื่มกินไปวันๆ ... จุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่ของเรา ควรเป็นอะไรบางอย่างที่มากกว่าการใช้ชีวิตประจำวันเดิมๆ ควรมีความหมายมากกว่านั้น ...​แต่เราเองก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร

.

พล็อตเรื่องในหนังสือไม่มีอะไรตื่นเต้นเลยค่ะ เป็นชีวิตทั่วไปของเด็กหนุ่มวัยรุ่นญี่ปุ่นอายุ 15 ปี คือ Honda Junichi หรือ Copper -- หนังสือเล่มนี้เขียนในช่วงปี 1930 ค่ะ ยังไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง แต่กำลังจะเกิด (ญี่ปุ่นกำลังทะเยอทะยาน จะก่อสงคราม) แต่ในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้กล่าวถึงบรรยากาศใดๆ ทางการเมืองเลยนะคะ 

Copper เป็นเด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่กับแม่สองคน พ่อเสียชีวิตแล้ว และมีน้า (ที่เป็นน้องชายของแม่) อาศัยอยู่ใกล้ๆ กัน Copper สนิทกับน้ามากค่ะ 

หนังสือเขียนเล่าชีวิตทั่วไปของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเลยค่ะ การเปลี่ยนผ่านจากเด็กที่สนุกไปวันๆ มาเป็นเด็กวัยรุ่นที่เริ่มคิด วิเคราะห์เรื่องต่างๆ มากขึ้น 

หนังสือเล่าชีวิตประจำวันของ Copper สลับกับบทที่เป็นบันทึกในไดอารี่ของคุณน้า ไดอารี่เล่มนี้ น้าเขียนขึ้นเพื่อวันหนึ่งจะมอบให้ Copper เมื่อเขาโตขึ้นค่ะ

.

ความลึกซึ้งของหนังสือคือความธรรมดาของมันเนี่ยแหละค่ะ ชีวิตของ Copper ก็คล้ายๆ ชีวิตของเราตอนเป็นวัยรุ่นอายุเท่าๆ Copper แหละ เราจะเริ่มมองโลกในมุมที่ไม่ใช่เด็กๆ อีกต่อไป เริ่มเห็นความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ 

พอยิ่งโต เราก็ยิ่งมีหลายอย่างที่เราทำพลาดไป หลายอย่างที่เรามารู้ตัวทีหลังและเสียใจว่าไม่น่าทำลงไปเลย ... และเราก็ได้ตระหนักว่าสิ่งที่เราทำไปแล้วนั้น อดีตไม่สามารถหวนคืน เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งผิดพลาดที่เราได้ทำลงไปได้ ...ยิ่งรู้เช่นนี้ เรายิ่งเศร้าเสียใจมากขึ้น ... เหมือนตอนที่ Copper นิ่งเฉย ยืนดูเพื่อนๆ โดนรุ่นพี่รุม โดยไม่ไปแสดงตัวเข้าไปช่วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็สัญญากันดิบดีว่าจะช่วยกัน แต่พอเจอเข้าจริง Copper กลับยืนนิ่งเป็นท่อนไม้ เพราะกลัวค่ะ ... Copper รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนทรยศ รู้สึกละอาย รู้สึกแย่ ... ในบทนี้คำปลอบโยนของแม่ และคุณน้า ลึกซึ้งมากค่ะ 

คุณน้าบอกว่า เพราะเราโตขึ้น ยิ่งอายุเยอะขึ้น ก็จะมีหลายสิ่งที่เราเสียใจที่ได้ทำลงไป มีการกระทำหลายอย่างที่เราละอายใจที่ได้ทำลงไป ... ที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะเราได้ทำลงไปไง เปรียบเทียบเหมือนกษัตริย์ที่รู้สึกเศร้าที่สูญเสียบัลลังก์ กับอีกคนที่ไม่เคยเป็นกษัตริย์เลย -- ถ้าเราไม่เคยเป็นกษัตริย์เลย เราก็จะไม่รู้เลยว่าการเป็นกษัตริย์และต่อมาต่อเสียบัลลังก์จะมีความรู้สึกเช่นไร --- ดังนั้นไม่แปลกหรอกที่เราจะรู้สึกเสียใจในการกระทำที่ผิดพลาดของเรา เพราะนั่นคือสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ และเติบโตต่อไป

หนังสือเล่มนี้สอนเรื่องการให้อภัยตัวเอง และก้าวต่อไปค่ะ -- สอนเรื่องทุกคนเชื่อมโยงกันด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง -- สอนให้เป็นผู้ผลิตต่อโลก ไม่ใช่เป็นเพียงแต่ผู้บริโภคอย่างเดียว

Friday, June 3, 2022

The Rules of Seeing

 


หนังสือชื่อ  :  The Rules of Seeing

ผู้แต่ง  :  Joe Heap

สำนักพิมพ์  :  HaperCollinsPublisher


เป็นหนังสือแนวโรแมนติกดราม่าของหญิงรักหญิง ระหว่าง Nova และ Kate ค่ะ

-

Nova ตาบอดมาตั้งแต่กำเนิด ทำงานเป็นล่ามให้ตำรวจ เธอพูดได้ถึง 5 ภาษาเลยค่ะ ...หลังจากตาบอดมา 32 ปี วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น และเธอเข้ารับการผ่าตัด ทำให้สามารถมองเห็นได้ (อาจจะไม่เหมือนคนปกติซะทีเดียว แต่คือไม่ตาบอดอีกแล้วค่ะ) ...​นี่คือที่มาของชื่อหนังสือ แบบตรงตัว คือ Nova ต้องเรียนรู้ที่จะมองเห็น 

สำหรับคนตาปกติ ที่มองเห็นสิ่งต่างๆ มาตั้งแต่เกิด อาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับคนตาบอดตั้งแต่เกิด แล้วอยู่ๆ มามองเห็นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว Nova ต้องเรียนรู้หลายอย่างเลยค่ะ ในเล่มจึงแฝงไปด้วยกฎของการมองเห็นที่ Nova เรียนรู้ ...กฎบางอย่างเป็นเรื่องที่เราไม่ทันคิดด้วยซ้ำ เปิดมุมมองของเราได้ดีเลยทีเดียวค่ะ เช่น ให้ระวังวัตถุที่ดูใส โปร่งแสง เช่น กระจก อย่าเดินไปชน หรือเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า มันดูเหมือนของแข็ง แต่ไม่ต้องกังวล เครื่องบินและนกจะบินทะลุมันได้ ... หรือตอนที่ Nova ร้องไห้ เมื่อเธอมองเห็นพระจันทร์เป็นครั้งแรก เพราะนี่คือวัตถุที่อยู่ไกลที่สุด แล้วเธอก็สามารถมองเห็นมันได้ 

Nova มีบุคลิกฉลาด น่ารัก มีอารมณ์ขัน มาจากพื้นฐานครอบครัวที่ดี นิสัยเหมือนเธอเป็นเด็กน้อยที่ตื่นเต้นกับทุกสิ่งรอบตัว ... ทั้งๆ ที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว (อายุ 32 ปี) แต่เหมือนเธอไม่เคยเจอเรื่องเลวร้าย หรือโลกอันโสมมไม่เคยสัมผัสจิตวิญญาณของเธอเลยค่ะ

-

Kate ทำงานเป็นนักตกแต่งภายใน แต่งงานแล้วกับนายตำรวจ Tony

Kate พยายามหลอกให้ตัวเองเชื่อว่าชีวิตสมรสระหว่างเธอกับ Tony นั้นเป็นไปด้วยดี เธอไม่รับรู้ว่าจริงๆ แล้ว Tony ทำร้ายร่างกายเธอ คือครั้งแรกมันไม่ชัด เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ถัดๆ มาเนี่ย มันชัดแล้วนะ แต่ Kate ก็พยายามไม่คิดถึงมัน แถมตามสูตรของผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวเลยค่ะ Tony โทษว่าเป็นเพราะ Kate นั่นแหละ ที่ทำให้เขาโมโห จนต้องลงมือทำร้ายเธอ

คือ Kate ซึ่งตาดี ไม่ได้ตาบอด แต่กลับมองไม่เห็นความรุนแรงที่ตัวเองตกเป็นเหยื่ออยู่ข้างหน้า ... จริงๆ แล้ว เธอเองก็ควรเรียนรู้ที่จะมองด้วยเช่นกันค่ะ

-

หนังสือตอนช่วงแรก จะเล่าสลับกันระหว่าง Kate กับ Nova ค่ะ เพราะตอนนั้นเธอทั้งคู่ยังไม่รู้จักกัน ... จนกระทั่งชีวิตโคจรให้มาเจอกัน ...Nova จีบ Kate ก่อน (เพราะ Nova รู้ตัวว่าเป็นหญิงรักหญิง แต่ Kate นั่นไม่ค่ะ ก็แต่งงานกับผู้ชายอ่ะนะ) ส่วน Kate ก็สานสัมพันธ์ด้วย แต่อยู่ในขอบเขตเป็นเพื่อน เพราะ Kate เหงาค่ะ และระหว่างนั้น ความสัมพันธ์ของ Kate กับสามีก็เลวร้ายลง Kate รู้สึกว่าตัวเองกลัวสามีอย่างไม่มีเหตุผล แต่พยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่มีอะไร

-

หนังสือเขียนดีนะคะ สำนวนดี อ่านง่าย เรื่องดำเนินเร็ว เพียงแต่เราไม่ถนัดแนวโรแมนติกดราม่าแบบนี้ ยิ่งเป็นเรื่องความรุนแรงในครอบครัวแล้ว ยิ่งไม่ชอบอ่านค่ะ ... แต่คนเขียนเขียนดีมาก ถ่ายทอดบุคลิกที่แตกต่างกันระหว่าง Kate กับ Nova ได้เป็นอย่างดี ... คนเขียนสามารถถ่ายทอดความคิดของ Kate ที่ถ้าเป็นคนนอกคงไม่เข้าใจ ว่าทำไม ผู้หญิงฉลาด มีการศึกษาดี มีหน้าที่การงานมั่นคงอย่าง Kate ถึงทนรองมือรองเท้าผัวชั่วๆ อยู่ได้ ทำไมถึงไม่เลิกกับมันเสีย ... ก็เพราะความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และคนนอกยากจะเข้าใจ แต่หนังสือถ่ายทอดมาได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

-

แต่มีหลายเรื่องที่ผู้เขียนทิ้งเป็นปริศนา และไม่ไขให้คนอ่านกระจ่าง เช่น ตอนที่ Nova กับ Kate ไปเที่ยวสวนสัตว์ด้วยกัน และเห็นสิงโตตัวผู้ทำอะไรบางอย่าง ที่ Kate เห็นแล้วเธอรู้สึกไม่สบายใจ และหวนคิดถึงความรุนแรงที่เธอได้รับ ... ผู้เขียนไม่เขียนให้กระจ่างว่าสิงโตทำอะไร ผสมพันธุ์กับตัวเมีย? คือคนอ่านไม่รู้ง่า

หรือตอนที่ Kate รื้อลิ้นชักทำงานของ Tony และเจอกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่ง และเป็นสาเหตุของการทะเลาะและทำร้ายร่างกายตามมา คนเขียนก็ไม่เขียนให้กระจ่างว่ามันคืออะไร 

คือเหมือนคนเขียนไม่เน้นความสัมพันธ์ของเนื้อเรื่อง ที่มาที่ไปน่ะค่ะ แต่เน้นเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของ Kate และ Nova มากกว่า ... Tony ก็เหมือนตัวร้ายของเรื่อง ที่จะมาจะไป เราคนอ่านไม่รู้ความเคลื่อนไหวเลย



Wednesday, May 11, 2022

The Seven Deaths of Evelyn Hardcastle

 


หนังสือชื่อ  :  The Seven Deaths of Evelyn HardCastle

ผู้แต่ง  :  Stuart Turton

สำนักพิมพ์  :  Raven Books 


สนุกค่ะ เป็นนิยายเล่มหนา ความยาวพันกว่าหน้า แต่เนื้อหากลับวางไม่ลง และชวนให้อ่านต่อไปเรื่อยๆ อ่านแล้วเต็มไปด้วยความสงสัย เต็มไปด้วยคำถาม จนวางไม่ลง ต้องพลิกอ่านต่อไปเรื่อยๆ ... ถ้าคนที่ชอบสไตล์การดำเนินเรื่องแบบ "โลกของโซฟี" น่าจะชอบอ่านเล่มนี้ค่ะ เพราะเป็นการดำเนินเรื่องชวนให้งงในเรื่องของ time line ทำนองเดียวกัน

หนังสือเริ่มจากการรู้สึกตัวขึ้นกลางป่าของ Sebastia Bell, Bell ตื่นขึ้นมาแบบจำได้แค่ตะโกนเรียกชื่อ Anna แต่ที่เหลือจำอะไรไม่ได้เลยค่ะ กลายเป็นคนความจำเสื่อม ... และต่อมาดูเหมือน Bell จะเป็นพยาน ได้ยินการฆาตกรรมผู้หญิงคนหนึ่งกลางป่า แต่พอตั้งทีมหา กลับไม่เห็นมีใครเจอศพของผู้หญิงปริศนาคนนั้น

ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า ทั้งหมดเป็นเกมส์ ที่ผู้เล่นคือ Aiden Bishop จะเข้าไปสิงอยู่ในร่างของแขกแต่ละคน ทั้งหมดมี 8 คนด้วยกัน มีเวลาอยู่ในร่างนั้นคนละ 24 ชั่วโมง หมดจาก 24 ชั่วโมง เวลาจะย้อนกลับไป 1 วัน แล้วก็ให้สิงร่างใหม่ ...ทั้งหมดที่ทำไปเพื่อหาตัวฆาตกร คนที่ฆาตกรรม Eyelyn Hardcastle โดยให้ Aiden สืบจากสายตาของพยานแต่ละคน วนไป 8 ครั้ง และเมื่อถึงวันสุดท้าย ถ้า Aiden ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า ใครคือฆาตกร ทุกอย่างก็จะวนลูปกลับมาเหมือนเดิม คือ Aiden จะถูกลบความทรงจำเรื่องที่รู้เกี่ยวกับการฆาตกรรมก่อนหน้านี้ และกลับมาสิงร่างพยานใหม่ สืบหาฆาตกรต่อไป ... วนลูปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ ถ้าหาฆาตกรไม่ได้ ก็วนไปอย่างนี้เหมือนโดนสาปเรื่อยไป

เหตุการณ์ฆาตกรรมจะเกิดขึ้นในงานเลี้ยงต้อนรับ Evelyn Hardcastle และจะเป็นงานเปิดตัวคู่หมั้นของเธออย่างเป็นทางการด้วยค่ะ งานเลี้ยงจัดขึ้นที่ปราสาท Blackhealth อันเป็นปราสาทเก่าแก่ของตระกูล Hardcastle 

ปราสาท Blackhealth นี้ เมื่อ 19 ปีก่อน เคยมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นค่ะ เหยื่อคือเด็กชาย Thomas Hardcastle อายุ 7 ขวบ น้องชายของ Evelyn ค่ะ เสียชีวิตเพราะถูกแทง จับคนร้ายได้หนึ่งคน อีกคนหนีไปได้ -- เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ พ่อแม่ของ Evelyn โทษว่าเป็นความผิดของ Evelyn ที่ดูแลน้องไม่ดี (อ่านแล้วแปลกๆ เนอะ ทำไมโทษเด็ก ตอนที่เกิดเหตุนั้น Evelyn อายุแค่ 10 ขวบเองค่ะ)

Evelyn จะถูกฆาตกรรมในเวลาห้าทุ่มของทุกวันค่ะ ดูเผินๆ แล้วการตายของเธอน่าจะเรียกว่าการฆ่าตัวตายมากกว่า ...แต่ทำไมผู้คุมจึงตั้งกติกาว่าให้สืบฆาตกรที่ฆ่า Evelyn?

---

8 ร่างที่ Aiden จะเข้าสิงได้แก่

1. Dr. Sebastia Bell <-- เป็นเอเย่นต์ขายยาเสพติดให้แก่คนในปราสาท แต่หนึ่งวันก่อนปาร์ตี้ Bell เจออุบัติเหตุบางอย่าง ทำให้ความจำเสื่อม 

2. Roger Collins <-- เป็นบัตเลอร์ของปราสาท 

3. Donald Davies <-- แขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานปาร์ตี้ เนื่องจากเป็นเพื่อนกับ Evelyn และน้องๆ มาตั้งแต่สมัยเด็ก

4. Lord Cecil Ravencourt <-- อดีตนายธนาคาร เป็นคนร่ำรวย แต่อายุมากแล้ว อาบน้ำด้วยตัวเองยังไม่ได้เลย และเป็นว่าที่คู่หมั้นของ Evelyn ที่จะเปิดตัวในงานปาร์ตี้คืนนี้

5. Jonathan Derby <-- นักข่มขืน ได้เป็นแขกมาร่วมงานปาร์ตี้ เพราะแม่สนิทกับครอบครัว Hardcastle เป็นผู้ชายน่ารังเกียจ 

6. Edward Dance <-- ทนายความ ของตระกูล Hardcastle

7. Jim Rashton <-- ตำรวจ เป็นหนึ่งได้แขกที่ได้รับเชิญร่วมงานปาร์ตี้ ที่ได้เป็นแขกเพราะเป็นแฟนกับ Grace Davies (พี่สาวของ Donald Davies)

8. Gregory Gold <-- จิตกร เป็นคนวาดภาพเหมือนของตระกูล Hardcastle 

---

ปาร์ตี้ก็ดูเหมือนจัดโดยมีเจตนาแอบแฝงค่ะ เพราะตั้งใจจัดในวันเดียวกับที่ Thomas ถูกฆาตกรรมเมื่อ 19 ปีก่อน และก็เชิญแขกคนเดียวกันกับเมื่อ 19 ปีก่อนด้วย ... และสุดท้าย Evelyn ก็ตายที่จุดเดียวกับที่ Thomas ตาย ต่อหน้าแขกในงาน!

นอกจากจะต้องสืบหาฆาตการที่ฆ่า Evelyn แล้ว Aiden ยังต้องระวัง the footman ด้วยค่ะ ในเรื่องบอกว่า the footman เป็นคนที่จ้องจะสังหารผู้เล่น เนื่องจากนอกจาก Aiden แล้วยังมีผู้เล่นคนอื่นๆ อยู่อีกด้วย กติกาคือ มีเพียงคนเดียวที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครคือฆาตกร และคนนั้นจะได้ออกจากลูปนี้ไป มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะออกไปได้ค่ะ 

.

เป็นนิยายที่สนุกค่ะ แต่ละบท อ่านแล้วก็เต็มไปด้วยคำถาม ทำไม ทำไม เต็มไปหมด ...อ่านช่วงแรกๆ เหมือนเป็นนิยายฆาตกรรมที่พล็อตหลวมๆ ไม่สมจริง ...แต่พออ่านไปเรื่อยๆ มีพลิกมุม หักมุม เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ


Wednesday, April 20, 2022

The Little Cornish Kitchen

 


หนังสือชื่อ  :  The Little Cornish Kitchen

ผู้แต่ง  :  Jane Linfoot

สำนักพิมพ์  :  HarperCollins Publishers


อ่านได้เรื่อยๆ ค่ะ ไม่พีก อาจจะเป็นเพราะหยิบมาอ่านในช่วงยามที่บ้านเมืองมีสงคราม หลังจากเกิดวิกฤตโรคระบาดโควิดด้วยแหละ เลยรู้สึกว่า ชีวิตพวกเขาในนิยายเนี่ย ช่างไร้เดียงสาเสียจริง

เป็นเรื่องของ Clemmie ซึ่งเป็นนางเอกของนิยายเรื่องนี้ เธอกลับมาเมือง St Aidan เพื่อจัดการกับมรดกที่ได้รับจากย่า มรดกที่ได้เป็นแฟลตติดทะเลที่ย่าเคยอยู่ตอนมีชีวิตอยู่ 

Clemmie เคยอยู่ที่เมือง St Aidan นี้เมื่อตอนเด็กๆ และมีเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กๆ 3 คน คือ Sophie, Plum และ Nell ทั้งสามคนนี้ยังคงอยู่ที่เมือง St Aidan , Sophie แต่งงาน มีลูกแล้ว ที่เหลือยังไม่มีใครแต่ง

Clemmie จำได้ว่า เธอเคยมาเยี่ยม Laura ย่าของเธอบ่อยๆ เมื่อเธอยังเด็กเล็กๆ แต่หลังจากนั้น พอเธอโตขึ้น ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยค่ะ จนกระทั่ง Laura เสียชีวิต และทำพินัยกรรมยกแฟลตให้เธอ แต่หลังจาก Laura เสียชีวิต แฟลตมีผู้เช่าอยู่ ค่าเช่าก็เอามาบำรุงรักษาแฟลต และ Clemmie ก็ไม่จำเป็นต้องมาดูแฟลต จนกระทั่งตอนนี้ ผู้เช่าย้ายออกแล้ว ห้องว่างลง เธอจึงต้องกลับมาดู ประกอบกับเจ้านายของเธอที่ปารีสกำลังอยู่ในช่วงพักร้อน เธอก็เลยว่างมาเยี่ยมบ้านเก่าได้

คือประมาณครึ่งเล่มของนิยายดูเรื่อยๆ น่าเบื่อ และอ่านไม่เข้าใจ .... คือมุกตลก หรือเรื่องเล่าที่ตัวละครคุยกัน เหมือนรู้กันแต่พวกเขา เราคนอ่านไม่ได้ขำไปด้วย ไม่เข้าใจว่าคุยอะไรกัน เส้นเวลาก็ตัดไปเร็วๆ คือไม่ได้เว้นย่อหน้า ให้รู้ว่า เนี่ยอีกเหตุการณ์หนึ่งแล้วนะ ... คืองง และไม่คุ้นกับสำนวนคนเขียนค่ะ เข้าใจว่าถ้าเราอยู่อังกฤษ และเข้าใจวัฒนธรรมคนอังกฤษ คงเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนเขียน แต่นี่ไม่ใช่ไง คนอ่านจากอีกประเทศหนึ่งก็เลยงง

เนื้อเรื่องก็เลยเป็นการรำลึกถึงความทรงจำที่นางเอกมีต่อย่า Laura นางเอกไปเจอสูตรทำขนมของย่า และก็ทำตามสูตร โดยมีพระเอก (ที่บังเอิญเป็นเพื่อนบ้านร่วมแฟลตเดียวกัน) ช่วยสอนวิธีทำขนม ... พระเอกจะเทพไปไหน ทำขนมก็เป็น รวยด้วย

หนังสือเขียนในมุมของนางเอกเท่านั้นค่ะ เหมือนเป็นบันทึกของนางเอก ดังนั้นเราจึงไม่รู้เลยว่าพระเอกคิดอย่างไรกับเธอ ชอบเธอตอนไหน ...​นางเอกนั้นไม่ได้คิดว่าพระเอกปิ๊งอะไรเธอ คือตัวเธอรู้สึกในความฮอตของพระเอก แต่ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่เรื่องคิดจะหาเงิน 10,000 ปอนด์เพื่อจ่ายค่าซ่อมหลังคาแฟลตแห่งนี้เท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ "The Little Cornish Kitchen" ซึ่งเป็นชื่อร้านของเธอค่ะ ... ไม่เชิงว่าเป็นร้าน แต่น่าจะเรียกว่าเป็นสถานที่จัดเลี้ยงมากกว่า เพราะห้องของเธอทำเลดีมาก ติดทะเล โรแมนติก ดังนั้นเธอจึงเปิดจัดเลี้ยง (แต่บอกพระเอกว่าเป็นงานปาร์ตี้เพื่อนๆ กัน) แล้วก็เสิร์ฟอาหารว่างด้วยเมนูที่ Laura ทิ้งไว้ ทั้งหมดนี้คือหาเงินมาจ่ายค่าซ่อมบ้านนั้นแหละ

พระเอกอยากซื้อห้องของนางเอกต่อ เพราะพระเอกทยอยซื้อห้องอื่นๆ ทั้งตึกหมดแล้ว เหลือห้องของนางเอกเท่านั้น ... แต่นางเอกไม่อยากขาย เพราะมีความทรงจำของย่าอยู่ แต่ขณะเดียวกันตัวนางเอกก็ไม่มีเงินพอสำหรับค่าบำรุงรักษาแฟลต 

นอกจากเรื่องหาเงินแล้ว ก็ยังมีเรื่องที่มาของนางเอก คือนางเอกคิดว่าพ่อทิ้งเธอไปเมื่อรู้ว่าแม่ตั้งครรภ์ นางเอกไม่เคยเจอหน้าพ่อ แล้วก็ไม่กล้าถามแม่ด้วย (เคยถามแล้วตอนเด็กๆ แม่ร้องไห้ใหญ่เลย) ... พอนางเอกมาดูแฟลตของย่า (ซึ่งเป็นแม่ของพ่อ) ... ความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนในอดีตของพ่อกับแม่ของนางเอกก็เริ่มแสดงตัวออกมา 

สรุป ก็สนุกดีค่ะ เรื่อยๆ มีความน่ารักของบรรดาเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือกันและกัน ความน่ารักของหมา แมวพระเอก ที่เป็นสัตว์เลี้ยงของพระเอกก็จริง แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับนางเอกซะงั้น ... ส่วนความรักของทั้งคู่นั้น อ่านแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นเมื่อไร

หนังสือเขียนในมุมของนางเอกก็จริง ... แต่คนอ่านอย่างเรา อ่านแล้วไม่ได้รู้จักนางเอกเพิ่มขึ้นเลยค่ะ เหมือนชีวิตเธอเลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย และเราก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนนิสัย "โดดเด่น" ยังไงจากการอ่าน คือรู้ว่านิสัยดี เพื่อนๆ รัก แต่ไงล่ะ คนทุกคนก็นิสัยดีทั้งนั้นแหละ คือมันดาษดื่นเกินไป ... คืออ่านแล้วไม่รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับนางเอก ทั้งที่หนังสือเป็นเรื่องเล่าบันทึกความรู้สึกของนางเอกน่ะค่ะ