Sunday, December 31, 2023

Toffee

 


หนังสือชื่อ  :  Toffee

ผู้แต่ง  :  Sarah Crossan 

สำนักพิมพ์  :  Bloomsbury Publishing Plc


Allison เด็กหญิง อายุประมาณ 15-16 ปี ต้องหนีออกจากบ้านเนื่องจากโดนทำร้ายร่างกายโดยพ่อแท้ๆ ของเธอเอง 

Allison เสียแม่ไปตั้งแต่เกิด และเป็นเหตุให้พ่อโทษเธอว่าเธอเป็นสาเหตุให้แม่เสียชีวิต ชื่อ Allison คือชื่อที่แม่ตั้งให้ 

พ่อเลี้ยง Allison ให้ดูแลตัวเอง ทำไรเอง ทำอาหารให้ตัวพ่อและตัวเองกินเอง ดูแลบ้าน ล้างจานไรเอง ตั้งแต่เด็กๆ เลย และถ้า Allison ทำได้ไม่ดี ก็จะโดนทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายจิตใจ -- Allison เรียนรู้ที่จะอยู่กับพ่อประสาทแดกแบบนี้มาตั้งแต่เกิดค่ะ ทำให้กิริยาท่าทาง การพูดจาของเธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ

หลังจากแม่ตาย พ่อก็พาผู้หญิงเข้าบ้านหลายคนอยู่ แต่ไม่มีใครอยู่ได้นาน ยกเว้นคนสุดท้ายคือ Kelly-Anne เข้ามาอยู่บ้านตอน Allison อายุประมาณ 13 ปี -- ทั้งคู่เข้ากันได้ดี Kelly-Anne เป็นแม่เลี้ยงที่ดี และใส่ใจ แต่ที่ซวยคือ พ่อของ Allison ไม่ได้สันดานดีขึ้นเลย ยังคงทำร้ายจิตใจทั้งคู่ และสุดท้ายคือทำร้ายร่างกาย Kelly-Anne ทำให้ Kelly-Anne ตัดสินใจทิ้งพ่อ หนีออกจากบ้านไป -- Allison รู้ แต่ไม่สามารถห้าม Kelly-Anne ได้ และตัวเธอเองก็หนีไม่ได้ด้วย ก็เป็นเด็กอ่ะนะ เป็นลูกด้วย

พอ Kelly-Anne หนีไป พฤติกรรมของพ่อยิ่งเลวร้าย จนสุดท้ายทำร้ายร่างกาย Allison อย่างร้ายแรง จน Allison ทนไม่ไหว และหนีไปอีกคน โดย Allison ตั้งใจจะหนีไปหา Kelly-Anne ค่ะ 

ระหว่างเดินทาง (ใช้บัตรเครดิตพ่อในการจ่ายค่ารถ) Allison แอบเข้าบ้านร้างหลังหนึ่ง เพื่อแอบหลับค้างคืน แต่กลายเป็นว่าบ้านหลังนั้นไม่ใช่บ้านร้าง แต่มีหญิงชรา Marla อาศัยอยู่ -- Marla เริ่มมีอาการของอัลไซเมอร์ และเข้าใจผิดว่า Allison คือ Toffee เพื่อนในวัยเด็กของเธอ

กระเป๋าเป้ของ Allison โดนขโมย โทรศัพท์หาย ทำให้ติดต่อกับ Kelly-Anne ไม่ได้ -- Allison ไม่มีที่ไป เลยทำเนียนอาศัยอยู่กับ Marla 

Marla หลงๆ ลืมๆ ค่ะ คราวดีก็จำได้ว่า Allison เป็นคนแปลกหน้าบุกรุกเข้าบ้าน ...แต่คือบอกคนดูแลที่แวะมาหา เขาก็ไม่เชื่อค่ะ คือคนดูแลไม่ถือจริงจังกับคนพูดของคนเป็นอัลไซเมอร์อยู่แล้วไง

มันคือเรื่องมิตรภาพของคนสองคน คนหนึ่งอยากลืม อยากลืมสิ่งเลวร้ายที่พ่อทำกับเธอ อยากหายไปจากโลกนี้ หนีไปจากตัวตนของการเป็น Allison ส่วนอีกคนอยากจำ แต่จำไม่ได้ และถูกคนรอบข้างลืม 

เป็นนิยาย feel good แต่โลกไม่สวย เขียนในมุมมองของ Allison รายเรียงคล้ายกลอน ทำให้เราต้องปะติดปะต่อเรื่องเอาเอง เพราะเป็นกลอนของ Allison เล่าเรื่องสลับกันไประหว่างภาคปัจจุบันที่แอบอยู่บ้าน Marla กับภาคอดีตตอนอาศัยอยู่กับพ่อ

Wednesday, December 6, 2023

Really good, actually

 


หนังสือชื่อ  :  really good, actually

ผู้แต่ง  :  Monica Heisey

สำนักพิมพ์  :  HarperCollinsPublishers


Maggie ในวัย 28 ปี กำลังอยู่ในช่วงหย่ากับสามี Jon, ที่น่าเศร้าคือ Maggie กับ Jon เป็นเพื่อนกัน เป็นแฟนกันมาตั้งแต่สมัยปีหนึ่งในมหาวิทยาลัย เรียนจบก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน เป็นแฟนกัน 6 ปี จนตัดสินใจแต่งงานกัน ... แต่แต่งงานกันได้แค่ 608 วัน ชีวิตแต่งงานก็ล่มลง กลายเป็นว่าชีวิตคู่ในฐานะสามีภรรยา สั้นกว่าตอนเป็นแฟนกันเสียอีก

คนสองคนถึงคราวจะเลิกกัน มันไม่มีเรื่องไหนเด่นเป็นเรื่องที่ถึงขั้นต้องเลิกหรอกค่ะ มันคือสิ่งละอันพันละน้อยสะสม ไม่พอใจสะสมกันเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ (ในกรณีนี้) Maggie เป็นคนบอก Jon ว่าเราเลิกกันเถอะ ซึ่ง Jon ก็ไม่คัดค้านอะไร ขนของกับแมวออกจากบ้านโดยดี และไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ทิ้ง Maggie ไว้กับความเสียใจ 

หนังสือเล่าในมุมของ Maggie เท่านั้นค่ะ เหมือนเป็นไดอารี่ความคิดของ Maggie ... และเนื่องจากหนังสือเล่าเพียงด้านของ Maggie เท่านั้น เราจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคู่นี้ 

Maggie รู้สึกแย่ เพราะเธอเป็นคนแรกในกลุ่มที่แต่งงานก่อนคนอื่น แต่งกับแฟน ซึ่งใครๆ ก็ว่าเหมาะสมกันดี ทุกอย่างดีไปหมด แต่จู่ๆ มารู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นผู้หญิงที่ต้องหย่าตั้งแต่อายุยังน้อยเสียแล้ว

ถึงแม้จะเสียใจ เสียศูนย์ แต่ Maggie ก็ยังคิดว่าตัวเองโอเคอยู่ ถึงแม้เพื่อนจะแนะนำหนังสือให้อ่าน หรือแนะนำนักจิตบำบัดดีๆ ให้ แต่ Maggie มองว่าสำหรับเธอแล้วไม่จำเป็น เธอโอเค (สมชื่อหนังสือค่ะ really good, actually) ถึงขั้นคิดว่าคนที่ต้องพบนักจิตบำบัดคืออดีตสามี ใจดีถึงขนาดนัดนักจิตบำบัดเพื่อคุยเรื่องบำบัดชีวิตคู่ระหว่างเธอกับสามี (อารมณ์เพื่อการจากกันด้วยดีน่ะค่ะ) และ Maggie มองว่า Jon คือคนที่มีปัญหาในชีวิตคู่ ควรได้รับการปรับทัศนคติ  

อ่านๆ ไปเรื่อยๆ ก็จะรู้สึกว่า Maggie เป็นผู้หญิงที่อยู่ด้วยยากอ่ะ คือแบบสนุก เป็นมิตร แบบคบผิวเผินน่ะน่ารักดี แต่เธอคนข้างเจ้าอารมณ์ ปากไม่มีหูรูด และคิดแต่เรื่องของตัวเอง...คือถ้าเทียบการหย่าของเธอกับเพื่อนรอบตัว เธอไม่ได้ดูประหลาดอะไรเลยอ่ะ พ่อแม่ของเธอก็หย่ากัน เพื่อนสนิทของเธอก็โสดกันทุกคน ถ้าเธอจะกลับมาโสดอีกครั้ง มันก็ไม่ใช่เรื่องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเลย ถ้าเพื่อนสนิททุกคนมีครอบครัว มีลูกนี่สิ ก็ว่าไปอย่าง ... แต่นั่นแหละ Maggie มองเรื่องของตัวเองสำคัญ

เพราะ Maggie เสียใจ (ถึงแสร้งว่าโอเคก็เถอะ) นิสัยของ Maggie ที่อยู่ด้วยยากอยู่แล้ว ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เธอพยามมูฟออน ด้วยการนัดเดตคนโน่นคนนี้ โหลดแอปเดต ทำกิจกรรมต่างๆ ช้อปป้ิงแหลก ฯลฯ 

เป็นหนังสือที่แต่งได้ดีเลยล่ะค่ะ ถึงแม้เราอ่านแล้วเราจะไม่ชอบนิสัยบางอย่างของ Maggie แต่ก็สะท้อนว่านิสัยบางอย่างของเธอ เราก็เป็น ... หนังสือเล่าการผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากทางอารมณ์ของ Maggie อย่างช้าๆ เธอพยายามฟื้นต้วเอง พยายามกลับมารักตัวเองอีกครั้ง กลับมานับถือตัวเองอีกครั้ง และก้าวเดินในชีวิตต่อไป 

สนุกนะคะ มุกตลกบางอย่างก็ขำดี แต่มุกที่ Maggie ยิงใส่คนอื่น ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นในนิยายถึงขำ บางมุกเราก็ไม่เข้าใจ บางมุกเข้าใจแต่ไม่รู้สึกขำ ...หนังสือเล่าแบบ slice of life นะคะ ไม่ได้มีพีก เหมือนชีวิตจริงของคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ในช่วงยากลำบาก ช่วงกำลังเสียใจ และพยายามก้าวผ่านช่วงเวลานั้นให้ได้ ...


Monday, December 4, 2023

The Bone Hacker

 


หนังสือชื่อ  :  The Bone Hacker

ผู้แต่ง  :  Kathy Reichs

สำนักพิมพ์  :  Simon & Schuster UK Ltd, 2013


 ตัวเอกของเรื่องคือ Dr. Temperance Brennan เป็น anthropologie judiciaire คือเชี่ยวชาญเกี่ยวกับกระดูกของมนุษย์ เธอจะทำงานร่วมกับหมอนิติเวช เวลาเจอศพที่เสียชีวิตไปนานแล้ว จนยากที่จะหาสาเหตุการเสียชีวิตจากเนื้อเยื่อได้ ศพอาจจะเหลือแต่กระดูก หรือกำลังเน่า เธอก็จะมีหน้าที่หาความกระจ่างในการเสียชีวิตของเหยื่อจากโครงกระดูกค่ะ

Brennan ทำงานที่มอนทรีออล แคนาดา และมีคดีชายวัยรุ่นจากหมู่เกาะเติกส์แอนด์เคคอสถูกยิงตายที่พื้นที่รับผิดชอบของเธอน่ะค่ะ Brennan เลยโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกาะนั้น แต่กลายเป็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกาะนั้นให้ความสนใจกับคดีนี้อย่างมาก ถึงขั้นบินมาแคนาดาเพื่อติดตามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ...เป็นที่น่าแปลกใจมากค่ะ เพราะผู้ตายไม่ได้เป็นที่รู้จักอะไร เป็นแค่เด็กวัยรุ่นมีปัญหาเท่านั้น 

สุดท้ายก็มาเฉลยว่า นักสืบ Musgrove จากเกาะเติกส์แอนด์เคคอสมีเจตนาต้องการให้ Brennan ช่วยในการสืบคดีนักท่องเที่ยวหายตัว และเสียชีวิตที่เกาะ ซึ่งน่าสงสัยว่าเกิดจากฝีมือฆาตกรต่อเนื่องค่ะ

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เกาะแล้วหายไปคือ

- Robert Galloway หายไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เจอศพแล้ว

- Ryder Palke หายตัวไปเมื่อ 4 ปีก่อน 

- Quentin Bonner หายตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน

และเมื่อไม่กี่วันมานี้ มีคนเจอศพเป็นโครงกระดูกสองศพที่เกาะน่ะค่ะ แต่บังเอิญว่าที่เกาะไม่มีนักมานุษยวิทยาแบบ Dr. Brennan เลย ดังนั้นจึงยากที่จะบอกได้ว่าสองโครงกระดูกที่เจอนั้นคือนักท่องเที่ยวที่หายไปหรือไม่ และพวกเขาตายด้วยสาเหตุใด -- พอดีประจวบเหมาะที่ Brennan โทรมาแจ้งเรื่องคนในเกาะเสียชีวิตที่มอนทรีออลพอดี นักสืบ Musgrove จึงถือโอกาสนี้มาชวน Brennan ให้ช่วยสืบคดีนี้ด้วยตัวเอง ซึ่ง Brennan ก็ตกลง

ปรากฎว่า โครงกระดูกสองศพที่เจอ เป็นของนักท่องเที่ยวที่หายไปจริงๆ ที่แปลกคือมือด้านซ้ายของทั้งสองศพถูกตัดหายไป (ฆาตกรเก็บไป?) 

ระหว่างนั้น ที่เกาะก็มีอีกคดี มีคนพบเรือนักท่องเที่ยวลอยกลางทะเล ผู้โดยสารในเรือทั้ง 4 คนเสียชีวิต การเสียชีวิตเกิดจากการขาดน้ำ หลงทางกลางทะเลจนขาดน้ำตายน่ะค่ะ ...ที่แปลกคือทำไมไม่มีใครในเรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ? อุปกรณ์ในการนำทางก็ดูไม่มีปัญหา ทำไมจึงหลงทางได้?

นอกจากนี้ที่เกาะก็ยังมีอีกคดี เจ้าหน้าที่พิเศษ FBI มาหายตัวไปที่เกาะ ...FBI มาทำอะไรที่เกาะนี้? รูปแบบการหายตัวไปของเจ้าหน้าที่ก็ดันไปกลายกับการหายตัวไปของนักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ...ฤาฆาตกรจะเริ่มลงมืออีกครั้ง?

 และในระหว่างที่กำลังไขคดีกันอยู่นั้น นักสืบ Musgrove ก็มาโดนฆาตกรรมเสียชีวิต ทิ้งให้ Brennan ต้องสืบสวนกับนักสืบคนใหม่ หาสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยว และการเสียชีวิตของ Musgrove ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกัน?

---

สนุกพอประมาณค่ะ หนังสือใช้ตัวย่อของหน่วยงานต่างๆ เยอะเกินไป คดีก็เยอะ บางคดีก็ไม่เกี่ยวกับการสืบสวนในหนังสือเลย เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำงานเท่านั้น ในอีกด้านมันก็ดูเรียล ในแง่ที่ชีวิตจริงของผู้ทำงานเกี่ยวกับกฎหมาย มักต้องติดต่อพัวพันกับหน่วยงานทางด้านกฎหมายอื่นๆ หลายหน่วยงาน ...แต่พอเป็นหนังสือเขียนให้คนอ่านที่ไม่มีพื้นด้านนี้มาก่อนเลย อ่านแล้วจะงง 

ตอนจบก็สรุปรวบรัดเกินไป คือกำลังสนุก เฉลยแล้วกลายเป็นว่าทุกอย่างพัวพันกันหมดเลย เขียนมา 34 บท เฉลยทุกอย่างบทที่ 35 บทเดียวงี้ มันดูรวบรัดและดูง่ายเกินไป ดูบังเอิญเกินไปที่ทุกอย่างพัวพันกันไปเสียหมด

Saturday, November 18, 2023

The Last Thing He Told Me

 


หนังสือชื่อ  :  The Last Thing He Told Me

ผู้แต่ง  :  Laura Dave

สำนักพิมพ์  :  Simon & Schuster


Hannah แต่งงานกับ Owen มาสองปีแล้วค่ะ Owen เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีลูกสาววัยรุ่นชื่อ Bailey -- ชีวิตแต่งงานมีความสุขดี Hannah ทำงานเป็นช่างไม้เพื่อศิลปะ (woonturner) ในขณะที่ Owen ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ในบริษัทสตาร์ทอัพกำลังรุ่งแห่งหนึ่ง ปัญหาเดียวที่ Hannah มีคือ เคมีไม่เข้ากับลูกเลี้ยงคือ Bailey ค่ะ

แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง ก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแวะมาหาที่ที่ทำงานของ Hannah พร้อมยื่นกระดาษโน๊ตลายมือของ Owen กระดาษแผ่นนั้นเขียนแค่ข้อความสั้นๆ ว่า "Protect her" -- แล้ว Owen ก็หายไป หายไปเลย ไม่กลับบ้าน ติดต่อไม่ได้ หายยยย

เนื่องจากบริษัทที่ Owen ทำงานด้วยนั้น กลายเป็นข่าวระดับประเทศจากการฉ้อโกงเงินนักลงทุน เจ้าของบริษัทโดนจับ และนักลงทุนต่างโกรธแค้น ในขณะที่ Owen ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายโปรแกรมเมอร์ ดังนั้นหลายคนจึงคิดว่าที่ Owen หายตัวไปน่าจะเป็นเพราะกลัวโดนตำรวจจับในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าของบริษัทฉ้อโกงประชาชน

แต่กลายเป็นว่า สาเหตุที่ Owen หายไปนั้นมาจากเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นมาก มากกว่าเพราะกลัวตกเป็นผู้ตกสงสัยมาก ... ยิ่ง Hannah พยายามตามหาว่า Owen อยู่ไหน ก็ยิ่งพบว่า เธอแทบไม่รู้อดีตของ Owen เลย เรื่องที่ Owen เคยเล่า ...กลายเป็นเรื่องแต่ง แม้แต่ชื่อ Owen ก็ไม่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ ... แต่เรื่องจริงคือ Owen พาลูกสาว Bailey หนีอะไรบางอย่าง ตั้งแต่ Bailey ยังเล็กมาก ดังนั้น Bailey จึงช็อคมากค่ะ เมื่อเธอพบว่า จริงๆ แล้ว เธออาจจะไม่ได้ชื่อ Bailey ด้วยซ้ำ หรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับแม่ของเธอที่พ่อเล่าให้ฟังนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้

Bailey และแม่เลี้ยงเลยต้องสงบศึกกันชั่วคราว เพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของเธอและพ่อของเธอที่เมือง Austin ที่ๆ คาดว่าพ่อเคยเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองนี้

เล่มนี้อาจสนุกใช้ได้ค่ะ เหตุผลที่ Owen ต้องหนีก็สมเหตุสมผล ...เหตุผลที่ Hannah พยายามปกป้อง Bailey อย่างดี ทั้งๆที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ และ Bailey ก็นิสัยแย่กับเธอ ก็สมเหตุสมผล สมกับพื้นหลังทางครอบครัวที่ Hannah เติบโตมา ... Hannah จัดว่าเป็นแม่เลี้ยงตัวอย่างมากค่ะ เป็นคนใจเย็นสมกับเป็นช่างไม้ ใจเย็นกับ Bailey มาก และปล่อยให้ Bailey เติบโตในทิศทางที่เธอเลือกเอง ถือว่าเป็นความรักที่สมเหตุสมผลอีกแบบ และในที่สุด Bailey ก็รับรู้ถึงความรักที่ Hannah มอบให้  

Monday, October 30, 2023

โกหก "น่า" ตาย

 


หนังสือชื่อ  :  โกหก "น่า" ตาย

ผู้เขียน  :  ฮิงาชิโนะ เคโงะ

ผู้แปล  :  เกวลิน ลิขิตวิทยาวุฒิ

สำนักพิมพ์  :  ไดฟุกุ บริษัท บุ๊ค ไทม์ จำกัด


เป็นเรื่องสั้นค่ะ มีทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกัน เป็นการสืบสวนคดีของนายตำรวจคางะ เคียวอิจิโร่ -- ถึงแม้ผู้แต่งจะคนเดียวกันกับหนังสือสืบสวนชุดกาลิเลโอ แต่ให้ความรู้สึกคนละอารมณ์กัน กาลิเลโอจะออกแนวแฟนตาซีกว่า แต่เล่มนี้จะคล้ายกับคดีฆาตกรรมในชีวิตจริงมากกว่าค่ะ

เรื่องที่ 1 - โกหกอีกแค่ครั้งเดียว

อดีตนักเต้นบัลเล่ต์ถูกพบตกตึกจากห้องพักบนชั้นเจ็ดเสียชีวิต รูปการเหมือนการฆ่าตัวตาย แต่กลายกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ...เรื่องทั้งหมดมีที่มาจากการโกหกครั้งแรกแค่ครั้งเดียว และเพื่อปกปิดการโกหกในครั้งนั้น ก็เลยจำต้องโกหกให้มากขึ้นไปอีกๆ ...จนสุดท้ายจบด้วยโศกนาฏกรรม

เรื่องที่ 2 - ไฟเย็น

พ่อผู้กลับบ้านหลังเลิกงาน เมื่อถึงบ้าน กลับพบว่าภรรยาเสียชีวิต และลูกชายอายุหนึ่งขวบหายตัวไป -- ดูเหมือนมีคนบุกรุกขโมยของ สังหารผู้หญิงเจ้าของบ้าน และลักพาตัวเด็กน้อยไป ... แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ครอบครัวที่ดูเหมือนอบอุ่น กลับมีเบื้องหลังที่เย็นชา

เรื่องที่ 3 - ฝันที่สอง

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเลิกงานกลับบ้าน เพื่อพบว่าบ้านโดนรื้อค้น และพบศพแฟนคนใหม่เสียชีวิตอยู่ในห้อง -- เรื่องนี้รู้สึกว่าแรงจูงใจของฆาตกรไม่มากพอค่ะ มันจะพีกกว่านี้ ถ้ามีเรื่องของการพยายามล่วงละเมิดเข้ามาด้วย เพราะพบศพผู้ตายในห้องของลูกสาว คือถ้าจะมานอนรอแฟน ก็ทำไมไม่รอที่ห้องแฟนล่ะ มารอที่ห้องเด็กทำไม

เรื่องที่ 4 - การคำนวณรวน

ภรรยาผู้โศกเศร้ากับการจากไปของสามีด้วยอุบัติเหตุอย่างกระทันหัน ในขณะเดียวกันสถาปนิกผู้เคยออกแบบบ้านให้พวกเขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับในวันเดียวกัน สองคดีนี้เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันค่ะ การเลือกคนผิดและพันธะสมรสที่สลัดหลุดไม่ง่าย -- เราชอบเรื่องนี้ที่สุดในเล่มค่ะ หักมุมดี

เรื่องที่ 5 - คำเตือนของเพื่อน

เรื่องนี้ไม่มีคนตาย แค่ "เกือบ" ...เมื่อ ฮางิวาระ ทามตสึ เพื่อนของคุณตำรวจคางะประสบอุบัติเหตุ ขับรถหลับในชนกำแพงข้างทางด่วน คางะซึ่งรู้จักเพื่อนของตนดี ไม่เชื่อว่าเพื่อนของเขาจะขับรถหลับใน และด้วยสังหรณ์ของตำรวจ เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของคนใกล้ชิดของทามตสึ พฤติกรรมที่ผิดวิสัย จึงนำไปสู่การหาหลักฐาน และบอกสิ่งที่เขาระแวงให้แก่เพื่อนทราบ .... เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า จิตคนยากแท้หยั่งถึงเนอะ 

คิสเดอะเกิร์ล Kiss the girls

 


หนังสือชื่อ  :  คิสเดอะเกิร์ล (Kiss the girls)

ผู้เขียน  :  James Patterson

ผู้แปล  :  สุวิทย์ ขาวปลอด

สำนักพิมพ์  :  วรรณวิภา


สนุกค่ะ อ่านเสียงานเสียการ อ่านวางไม่ลง เพราะอยากรู้ว่าฆาตกรคือใครกันแน่ 

อ่านงานแปลของคุณสุวิทย์ ขาวปลอดมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ สำนวนแปลที่คุ้นเคย สุวิทย์เหมาะกับการแปลนิยายแอคชั่นมากค่ะ สำนวนการเขียนทำให้คนอ่านอยากเราจินตนาการภาพในหัว เหมือนกำลังดูหนังแอคชั่นมันส์ๆ เรื่องหนึ่งเลยค่ะ

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรี่ย์สืบสวนคลี่คลายคดีของ ดร.อเล็กซ์ ครอส จิตแพทย์ที่เป็นนักสืบ -- คดีนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เมื่อหลานสาวของ ดร.ครอส หายตัวไปในขณะกำลังเรียนที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก ดังนั้น ดร.ครอส กับคู่หูเลยต้องเดินทางจากวอชิงตัน ดีซี ไปฟลอริดา เพื่อถามหาความคืบหน้าของคดีค่ะ

พอไปถึง กลายเป็นว่า เรื่องมันใหญ่กว่าที่คิด คือดูเหมือนไม่ใช่แค่ นาโอมิ หลานสาวของ ดร.ครอส เท่านั้นที่หายตัวไป แต่ในพื้นที่นั้น มีเด็กสาวหายตัวไปหลายคน และต่อมามีการพบศพสภาพถูกทารุณของเด็กสาวที่ถูกลักพาตัวไปบางคนในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ ทำให้รู้สึกเหมือนว่า ตำรวจกำลังเผชิญกับฆาตกรต่อเนื่องทำสะสมลักพาตัวสาวๆ ไปเก็บเป็นฮาเร็มส่วนตัว

ฆาตกรส่งข้อความถึงตำรวจ และเรียกตัวเองว่า "คาสสาโนวา"

หนึ่งในเหยื่อที่ฆาตกรสตอร์คเกอร์ตามติด และหมายหัวจะลักพาตัวคือ ดร.เคต เป็นแพทย์ฝึกหัด -- เธอถูกลักพาตัวในที่สุด ถูกทรมาน แต่แข็งแกร่งจนหนีออกมาได้ในสภาพยับเยิน แต่ก็สู้จนกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และร่วมกับ ดร.ครอส ช่วยกันหาตัวคนร้าย

ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของประเทศ ที่นอร์ธแคโรไลนา ก็มีฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตกำลังอาละวาด มันฆ่าทรมานเด็กผู้หญิง และทิ้งศพไว้ โดยตัดอวัยวะบางส่วนของเหยื่อออกไปเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก ฆาตกรรายนี้ส่งจดหมายบรรยายการกระทำของมัน และบังคับให้หนังสือพิมพ์ลงจดหมายที่มันเขียน โดยขู่ว่าไม่อย่างนั้นจะมีเหยื่อรายต่อไป มันเรียกตัวมันเองว่า "เจนเติ้ลแมนคอลเลอร์"

ที่ลุ้นคือ ดร.ครอส จะไขปริศนาได้อย่างไรว่า ฆาตกรทั้งคู่เชื่อมโยงกันได้อย่างไร มันกลายมาเป็นคู่หูกันได้อย่างไร และใครคือฆาตกรทั้งสองรายนี้ -- ใบ้ว่า จากคำให้การของ ดร.เคต เธอคิดว่า ฆาตกรที่จับเธอไปนั้น ร่างกายแข็งแรงมาก แข็งแกร่งกว่าเธอที่ได้คาราเต้สายดำเสียอีก และดูเหมือนจะมีความรู้ทางการแพทย์ เพราะเธอโดนฉีดยาหลายขนาน ทำให้เห็นภาพหลอน ทำให้อ่อนแอ ซึ่งยาพวกนี้ คนฉีดจะต้องมีความรู้ทางการแพทย์จึงจะสามารถฉีดให้ในปริมาณที่เหมาะสมได้ ไม่งั้นจะเป็นการฆ่าเหยื่อไปเสีย



Saturday, October 28, 2023

ฆาตกรบ้านพักคนตาย

 


หนังสือชื่อ  :  ฆาตกรบ้านพักคนตาย

ผู้เขียน  :  อิมามุระ มาชาฮิโระ

ผู้แปล  :  Kantie JK Takahashi

สำนักพิมพ์  :  ไดฟุกุ ครีเอเตอร์


เป็นนิยายที่ให้อารมณ์เหมือนอ่านโคนันฉบับนิยายค่ะ เป็นนิยายสืบสวนแฟนตาซี เรื่องเกี่ยวกับซอมบี้ + ฆาตกรรมในห้องปิดตาย

เรื่องเล่าในมุมของ ฮามุระ ยูซุรุ ที่เป็นสมาชิกชมรมคนรักเรื่องลึกลับ ที่ได้ตามลูกพี่ และเคนซากิ ฮิรุโกะ ไปเข้าค่ายพักร้อนร่วมกับสมาชิกในชมรมวิจัยภาพยนตร์ 

เบ็ดเสร็จคือมีนักศึกษามาร่วมค่ายพักร้อนครั้งนี้สิบคน มีรุ่นพี่สามคน (หนึ่งในรุ่นพี่เป็นเจ้าของบ้านพักต่างอากาศแห่งนี้) และก็มีคุณคันโนะ ที่เป็นคนดูแลสถานที่อีกคน รวมตัวละครทั้งหมด 14 คนค่ะ

ทั้งหมดพักอยู่ในบ้านพักตากอากาศติดทะเลสาบ ไม่ไกลจากที่พัก มีการจัดงานคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ และก็เกิดเหตุขึ้น มีคนเอาเชื้อซอมบี้มาปล่อย ทำให้ทุกคนในงานคอนเสิร์ตกลายเป็นซอมบี้ อาละวาดไปทั่ว 

ซีนแรกคือ ทุกคนต้องหนีซอมบี้ ก็ตายไปส่วนหนึ่ง -- เหลือรอดมาสิบคน 

ทุกคนจึงต้องขังตัวอยู่แต่ในบ้านพักบนชั้นสองและชั้นสาม ในขณะที่ชั้นหนึ่งมีฝูงซอมบี้เฝ้าอยู่ -- อินเตอรเ์น็ตโดนตัด โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ไม่มีสัญญาณ แม้กระทั่งโทรศัพท์บ้านก็โดนตัด ทำให้ทุกคนในบ้านไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้ แต่น้ำประปา ไฟฟ้ายังคงใช้ได้ตามปกติ คนในบ้านยังสามารถรับรู้ข่าวสารโลกภายนอกได้จากทางโทรทัศน์ 

ขณะที่กำลังระทึกขวัญกับการเอาตัวให้รอดจากฝูงซอมบี้อยู่นั้น ก็เกิดการฆาตกรรมขึ้น เห็นได้ชัดว่า ฆาตกรคือใครสักคนในบ้านหลังนั้น 

ฮามุระ กับเคนซากิ ก็เลยต้องช่วยกันสืบสวนหาคนร้าย ซึ่งดูเหมือนเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับจดหมายขู่ และเหตุการณ์เลวร้ายบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว 

---

คืออยากจะบ่นว่า ตัวละครเยอะเกินไป แถมเป็นชื่อภาษาญี่ปุ่นด้วย จำยาก คนญี่ปุ่นก็สุภาพ บางครั้งก็เรียกด้วยชื่อ บางครั้งก็เรียกด้วยนามสกุล ทำให้สับสนว่าคือใคร 

เนื่องด้วยตัวละครเยอะจัด ทำให้ยากที่จะคุมให้ทุกคนมีบทบาทเท่ากันในซีนๆ หนึ่ง เช่น ตอนที่ทั้งคณะยกกองกันไปถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในตึกร้าง นางเอก-เคนซากิ ฮิรุโกะก็ไปกับเขาด้วย แต่ในบทนั้นไม่กล่าวถึงเธอเลย ไม่เล่าด้วยว่าเธอทำหน้าที่ช่วยอะไรในกอง หรือแม้กระทั่งตอนที่พระเอกเถียงกันกับสมาชิกในกลุ่มเรื่องบันทึกที่เจอในตึกร้าง นางเอกก็หายไปจากฉากโดยสมบูรณ์ ไม่มีเขียนถึงเลย 

แรงจูงใจในการฆาตกรรมก็บิดเบี้ยวเกินไป คือแก้แค้นในรุ่นพี่ ...แต่คือรุ่นพี่ไง ถึงรักผูกพันก็เถอะ แต่ก็เป็นแค่รุ่นพี่นะ แก้แค้นถึงขั้นฆาตกรรมต่อเนื่อง มันดูจะสุดโด่งเกินไป ส่วนตัวแล้วมองว่าแรงจูงใจไม่เข้มพอ ที่มาของนางเอกเคนซากิ ฮิรุโกะก็คลุมเครือ รู้แค่ว่าเป็นลูกคนรวย แต่มีความซวยแบบโคนัน คือชะตาดึงดูดเหตุฆาตกรรม ไปไหนก็ต้องมีใครตาย แต่หนังสือไม่ได้อธิบายว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้น บุคลิกของนางเอกก็ไม่โดดเด่นชัดเจน 

สรุปคืออ่านได้สนุกๆ ค่ะ อารมณ์เหมือนอ่านโคนันภาคนิยายน่ะค่ะ