Saturday, August 16, 2025

The Midnight Feast

 


หนังสือชื่อ  :  The Midnight Feast

ผู้แต่ง  :  Lucy Foley

สำนักพิมพ์  :  HarperCollinsPublishers Ltd


เป็นนิยายสืบสวนที่ (ดูเหมือน) จะออกแฝงแนวลึกลับๆ เรื่องเหนือธรรมชาติค่ะ แต่เขียนดำเนินเรื่องช้ามาก slow burn จนรู้สึกหงุดหงิด หนังสือจะเขียนสลับบทระหว่างก่อนเกิดเหตุ กับตอนหลังเกิดเหตุ ดังนั้นเราจะรู้ตอนจบคร่าวๆ ว่ามีเรื่องเกิดขึ้น มีไฟไหม้โรงแรม มีคนตกหน้าผา แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวละครคนไหนที่ตกหน้าผา และเพราะอะไร

เรื่องเริ่มจาก Francesca Meadows เศรษฐีนีสาวสวย กำลังเปิดโรงแรม the Manor คือเดิมทีที่ตรงนั้นคือบ้านที่ปู่กับย่าของเธออยู่ พอปู่ตาย เธอก็ได้รับเป็นมรดก เธอเลยเอามาทำเป็นโรงแรม 

โรงแรมนี้ทำเลดี อยู่บนภูเขา มีหน้าผา มีชายหาดส่วนตัว และใกล้ป่า ดังนั้นจึงมีความเป็นส่วนตัวมาก แต่พอ Francesca กลายเป็นเจ้าของสถานที่นี้ ก็มีปัญหากับชาวบ้านท้องถิ่น เธอหวงหาดไว้เป็นส่วนตัว ไว้ให้ลูกค้าและปิดกั้นไม่ให้ชาวบ้านเดินผ่าน ทั้งหมดนี้เทศบาลอนุญาต เพราะครอบครัวของ Francesca มีอิทธิพลในพื้นที่ มีเส้นสายกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน 

ในโรงแรมมีการเตรียมการฉลองปาร์ตี้ เรียกว่า Midnight feast จัดขึ้นในวันครีษมายัน ลูกค้าทุกคนได้รับเชิญ จัดเป็นวันฉลองเปิดโรงแรมอย่างเป็นทางการ

ในหนังสือเล่าตามมุมมองของตัวละครสำคัญๆ คือ

Francesca - สวย ร้าย แต่พยายามแอปเป็นคนดี ทำสมาธิ ทานออแกนิก แต่อ่านก็รู้ว่าปลอม

Owen - สถาปนิกที่ออกแบบโรงแรม และก็เป็นสามีของ Francesca ด้วย (เจอกันและตกหลุมรักกันเพราะการออกแบบโรงแรมนี้) มีภูมิหลังมาจากครอบครัวยากจนที่สุดในหมู่บ้าน และเขามีปมที่แม่ทิ้งเขาไปตอนวัยรุ่น 

Eddie - เด็กชายอายุ 19 ปี เป็นพนักงานโรงแรม บ้านอยู่ที่ฟาร์มวัวใกล้โรงแรม ซึ่งต้องปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้เพื่อนร่วมงานรู้ เพราะฟาร์มมีกลิ่น และพวกคนรวยบ่น ซึ่ง Francesca มีแผนจะทำลายฟาร์มโดยใช้เส้นสายคนในสำนักงานที่ดินไม่ต่อใบอนุญาตให้พ่อของ Eddie 

Bella - เป็นแขกคนหนึ่งของโรงแรม เห็นได้ชัดว่ามาพักโรงแรมด้วยจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน

DI Walker - ตำรวจที่เชี่ยวชาญเรื่อง Cold case ได้รับเรียกให้มาทำคดีนี้ ระหว่างการเดินทางมายังโรงแรม เขาก็เจอกับแขกของโรงแรมที่หนีออกมา และได้คุยกับพยานที่เห็นเหตุการณ์

---

หมู่บ้าน Tome ที่เกิดเหตุนี้ คนท้องถิ่นมีความเชื่อเรื่อง "นก" มาก (เป็นนกสีดำ คล้ายอีกา แต่ตัวใหญ่มากเหมือนคน) เชื่อว่านกจะปรับสมดุลของความยุติธรรมในท้องถิ่น -- คือพื้นที่ไกลปืนเที่ยง ตำรวจมาลำบาก ดังนั้นคนในหมู่บ้านจึงมีวิธีดูแลความสงบกันเอง ด้วยตำนานท้องถิ่นเพื่อปรามให้คนกลัวไม่กล้าทำชั่ว ประมาณนี้ค่ะ

.

เขียนสนุกนะคะ เรื่องมันซับซ้อน วิธีเล่าก็สนุก เพียงแต่เรื่องมันคืบหน้าไปช้าๆ ทำให้คนอ่านมองภาพรวมของเหตุการณ์ไม่ออก จะครึ่งเล่มแล้วยังไม่รู้เลยว่าใครตาย จนหงุดหงิดอ่ะค่ะ แต่ก็หยุดอ่านไม่ได้

Thursday, August 7, 2025

The break

 


หนังสือชื่อ :  The break

ผู้แต่ง  :  Marian Keyes

สำนักพิมพ์  :  Michael Joseph (part of the Penguin Random House group)


เป็นเล่มที่ยาวมาก เขียนแบบเล่าไปเรื่อย เป็น slice of liffe แต่ข้อดีคือ มันทำให้เราเข้าใจตัวละครมากขึ้น และไม่ตัดสิน คือถ้าเขียนสั้นกระชับกว่านี้ เราคงเทไม่อ่านแล้ว เพราะไม่ชอบเรื่องดราม่านอกใจเป็นชู้แบบนี้

 เป็นเรื่องของ Amy O'Connells เขียนจากมุมมองของ Amy

Amy อายุ 42 มีสามีคือ Hugh --  ชีวิตครอบครัวมีซับซ้อนสักหน่อย แต่มีความสุขตามอัตภาพ -- แต่จู่ๆ Hugh เกิดวิกฤติวัยกลางคน ขอพักเบรคความสัมพันธ์ ขอเวลาหกเดือนเพื่อเดินทางตามฝัน แบ็คแพ็คผจญภัยเหมือนวัยรุ่นในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Amy ช็อค WTF!

หนังสือเริ่มค่อยๆ เล่าความสัมพันธ์แบบเครือญาติที่ดราม่าแต่อบอุ่นแต่ซับซ้อนของบ้าน Amy -- Amy มีลูกสาวกับสามีเก่า ชื่อ Neeve Aldin 

ซึ่ง Amy เลิกกับพ่อของ Neeve ตั้งแต่สมัย Neeve ยังเป็นทารก ผู้ชายขอเลิก ทั้งที่โดนจับได้คาหนังคาเขาขณะเล่นชู้ -- Neeve โตมากับความหวังว่าพ่อกับแม่จะกลับมาคืนดีกัน ดังนั้น Neeve จึงไม่ชอบพ่อเลี้ยง (คือ Hugh) และมักย้ำเสมอว่าเขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเธอ แต่ Hugh ก็ไม่ถือสา

ต่อมา Amy ก็มาแต่งงานกับ Hugh และมีลูกด้วยกันคือ Kiara มีลูกกันเร็วมาก คือแค่ไม่กี่เดือนที่อยู่ด้วยกัน Amy ก็ตั้งครรภ์เลย

เมื่อ Joe พี่ชายของ Amy เลิกกับภรรยา และทิ้งลูกเล็ก Sofie -- Amy ก็รับ Sofie มาเลี้ยงคู่กับ Kiara เพราะทั้งคู่อายุห่างกันแค่ปีเดียว ซึ่ง Hugh ก็ไม่มีปัญหาอะไร และเลี้ยงเด็กๆ ทุกคนเหมือนลูกตนเอง 

หนังสือเริ่มปูให้เราเห็นว่าในมุมของ Amy และด้วยหลักฐานที่มี Hugh เป็นผู้ชายใจดีมากๆ เป็นคนดี ไม่เคยนอกใจ

แต่เรื่องที่เป็นจุดเปลี่ยน คือการตายของพ่อของ Hugh ทำให้เขากลายเป็นซึมเศร้า และเริ่มตีตัวออกห่างจากครอบครัว ....จนในที่สุดก็ขอ Amy เบรคความสัมพันธ์

หนังสือแบ่งเป็น 3 ตอน คือ 

- before --> ก่อนพักความสัมพันธ์​ ซึ่งหนังสือเล่าถึงที่มาที่ไป ครอบครัวใหญ่วุ่นวายของ Amy มีพ่อกำลังเป็นอัลไซเมอร์ แม่ที่เริ่มซ่า ปล่อยแก่ พี่สาวจอมบงการ และลูกสาวคนโตที่ Amy รู้สึกว่าไม่ค่อยรักเธอสักเท่าไร

- during --> ช่วงที่ Hugh เดินทางผจญภัย และทิ้งให้ Amy อยู่ที่ไอร์แลนด์ -- Hugh ไม่ติดต่อมาเลย เหมือนตายจาก Amy เริ่มมีคนมาเฟิร์ต -- จนถึงจุดเปลี่ยน เมื่อเห็นภาพหนึ่งในเฟสบุ๊กที่ดูเหมือน Hugh จะมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนอื่นนอกจากเธอ (การเบรกครั้งนี้ Hugh ไม่ได้สัญญาว่าจะรักษาพรหมจรรย์ จะไม่นอกใจ ดังนั้นยิ่งทำให้ Amy ไม่มั่นใจเข้าไปใหญ่) รวมถึง Amy ต้องเผชิญปัญหาในฐานะแม่ โดยที่ Hugh ไม่ร่วมรับผิดชอบด้วย

คือมาถึงตรงนี้ เรารู้สึกเหมือน Hugh เป็นผู้ชายที่ดี แต่เห็นแก่ตัวอ่ะ อยากเบรคจากหน้าที่ผัวแต่ไม่หย่าให้เรียบร้อย ทิ้งผู้หญิงให้รอ แล้วหน้าที่พ่อดันไม่ทำ ในขณะที่ Amy เหนื่อยยังไง ซึมเศร้าอย่างไร ก็ไม่อาจทิ้งลูกได้ 

แต่ในขณะเดียวกัน Amy ก็ทำตัวไม่ต่าง คือผัวนอกใจ ตัวเองต้องนอกใจเหมือนกันเหรอ...คือมันเหมือนเป็นข้ออ้างอ่ะ มีผู้ชายมาชอบ ศีลธรรมในใจทำให้ไม่กล้าสานต่อ พอเห็นว่าผัวนอกใจ เลยเซย์เยสกับชู้ ..แล้วก็กลายเป็นชู้ ไม่ต่างกับผู้หญิงที่เป็นชู้กับสามีคนแรกของเธอ ...คือเราต้องลดมาตรฐานตัวเองเลยเหรอ ...เสร็จแล้วนางก็อยู่กับความรู้สึกผิดผสมกับความเงี่ยน วนไป ...จนสิ้นสุดที่ผู้ชายชู้เริ่มรู้สึกจริงจัง จะทิ้งเมียตัวเองมาอยู่กับเธอ นั่นแหละ นางถึงได้ตระหนักว่าที่ผ่านมาไม่มีอารมณ์อื่นใดกับชู้เลยนอกเงี่ยน

- after --> เมื่อ Hugh กลับมา แน่นอนว่าความสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว ทุกคนเริ่มชินกับการอยู่โดยไม่มี Hugh แล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเรื่องของการจัดการความสัมพันธ์หลังจากนี้

--

สนุกนะ แต่มันยาว แต่ได้แง่คิดดี ...ปัญหาไม่ใช่แค่รักกัน แต่คือการประคับประคองความรัก ...มันง่ายที่จะรักใครเวลาที่เขาทำตัวน่ารัก แต่ความรักที่แท้คือ การรักใครสักคนแม้เวลาที่เขาทำตัวไม่น่ารักต่างหาก 

Saturday, July 12, 2025

The Pumpkin Spice Cafe

 


หนังสือชื่อ  :  The Pumpkin Spice Cafe

ผู้แต่ง  :  Laurie Gilmore

สำนักพิมพ์  :  HarperCollinsPublishers


เป็นเล่มที่ 1 ในชุด Dream Harbor Series ของนักเขียนคนนี้ค่ะ แต่ทุกเล่มจบในตอนนะคะ อ่านแยกกันได้ ในซีรี่ย์มีสิ่งที่เหมือนกันคือเกิดขึ้นในหมู่บ้านติดท่าเรือที่ชื่อ Dream Harbor 

นี่เป็นนิยายรัก อ่านเบาๆ สบายๆ ค่ะ แบบมาอ่านคนเขารักกัน เนื้อเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ slow burn ทำเอาเราเขินตัวบิด แถมฉากรักก็แซ่บค่ะ

นางเอกชื่อ Jeanie สมัยก่อนเคยทำงานที่บอสตัน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้จัดการเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน แล้วนางเอกเป็นคนไปเจอ ... ทำเอานางเอกหลอน และคิดได้ว่า ชีวิตคนเราก็แค่นี้ นางไม่อยากทำงานหนักจนตายแบบผู้จัดการ ประจวบเหมาะกับป้าโดโรธีของนางเอกกำลังจะเกษียณ 

ป้าของนางเอกเป็นเจ้าของร้านกาแฟชื่อ The Pumpkin Spice Cafe ตามชื่อหนังสือเลยค่ะ ร้านอยู่ในเมือง Dream Harbor ในนิวอิงแลนด์ ...คราวนี้เนี่ย ป้าจะพักร้อนไปเที่ยวแคริเบียน ก็เลยให้นางเอกมารับช่วงต่อดูร้านแทน หรือถ้านางเอกจะขายก็ได้ ประมาณว่าป้ายกร้านให้

นางเอกเข้ามาพักบนอพาร์ทเมนต์ชั้นบนของร้าน มา 2-3 วันแรก ได้ยินเสียงประหลาดๆ จนนอนไม่หลับ นางก็จินตนาการจัด คิดว่ามีฆาตกรต่อเนื่องจะมาตามฆ่านาง 

ความประทับใจแรกตอนนางเอกเจอกับพระเอกคือ นางถือไม้เบสบอลจะมาตีหัวพระเอก เพราะเข้าใจว่าพระเอกคือฆาตกรต่อเนื่องที่ทำเสียงประหลาดๆ ทำให้นางนอนไม่หลับมาหลายวัน แล้วพอรู้ว่าพระเอกไม่ใช่คนร้าย นางก็คุยๆๆๆ พูดไม่หยุด 

พระเอกชื่อ Logan อยู่ในหมู่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิด เป็นฟาร์มเมอร์ ต้องส่งฟักทองให้ร้านนางเอกทุกสัปดาห์ ให้จินตนาการพระเอกแนวตัวใหญ่ หล่อล่ำ แบบจับนางเอกอุ้มแตงได้ไม่มีปัญหา 🥰 ชอบใส่เสื้อเชิ้ตลายตาหมากรุก 

พระเอกเคยมีแฟน คิดจริงจังถึงขั้นจะขอแต่งงานใต้ต้นคริสต์มาส แต่ผู้หญิงไม่ได้จริงจังด้วยไง ผู้หญิงไม่อยากจมอยู่กับพระเอกในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ทุกคนในเมืองรู้จักกันและกันตั้งแต่บรรพบุรุษ พอพระเอกขอแต่งงาน ผู้หญิงกลัว หนีกลับบอสตันในวันรุ่งขึ้นเลย 

เรื่องขอแต่งงาน แล้วสาวหนีของพระเอกเลยกลายเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ไป ...เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนนางเอกจะย้ายมาอยู่ แต่คนมันมีปม พระเอกถึงชอบนางเอกยังไง แต่ก็ไม่อยากให้ชาวบ้านรู้ ไม่อยากเห็นสายตาสงสารที่คนทั้งเมืองมองมายังเขา 

อีกปมคือ พระเอกกลัวว่า นางเอกจะไม่อยากปักหลักอยู่ที่ Dream Harbor นานๆ กลัวนางเอกจะหนีไปอีก ไม่อยากเจ็บช้ำ อกหักอีก

ทั้งเรื่องก็ประมาณนี้ เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก คนที่แกล้งนางเอกก็แพ้ภัยตัวเอง ไม่มีมือที่สาม (ชอบตรงนี้) คนในหมู่บ้านก็น่ารัก คิดว่าจะหาเล่มอื่นในซีรี่ย์นี้มาอ่านอีกแน่นอนค่ะ

Wednesday, July 9, 2025

Just Between Us

 


หนังสือชื่อ  :  Just Between Us

ผู้แต่ง  :  Adele Parks

สำนักพิมพ์  :  HarperCollinsPublishers Ltd


เริ่มจากเรื่องสองเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย อันหนึ่งเกิดขึ้นที่ลอนดอน ตำรวจกำลังตามหา Kylie Gillingham หรือ Leigh Fletcher หรือ Kai Janssen -- ทั้งสามชื่อนี้คือคนๆ เดียวกันค่ะ

ชีวิตของ Kylie ซับซ้อนมาก มั่วมาก ทำเรื่องยากให้ยากขึ้นไปอีก 

Kylie Gillingham คือชื่อจริง แบบที่พ่อแม่ตั้งให้

 Leigh Fletcher คือชื่อที่ Kylie ใช้ตอนแต่งงานกับ Mark Fletcher เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ตอนนั้น Mark เพิ่งเสียภรรยาไป และมีลูกสองคน คือ Oli กับ Seb ที่ยังเล็กอยู่มาก พอแต่งงานกัน Kylie ก็เป็นแม่เลี้ยง และดูแลเด็กๆ อย่างดี จนเด็กทั้งคู่เรียกเธอว่า "แม่" อย่างสนิทใจ

Kai Janssen คือชื่อที่ Kylie ใช้ตอนแต่งงานกับ Daan Janssen เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และใช่ค่ะ นี่เป็นการสมรสซ้อน ผิดกฎหมาย ไม่แน่ใจว่าเคสแบบนี้หลุดมาได้อย่างไร อาจเป็นเพราะเป็นการสมรสกับคนต่างชาติ (Daan เป็นคนดัตช์ มาจากครอบครัวร่ำรวยในเนเธอร์แลนด์) -- Kai จะโกหก Daan ว่าต้องไปดูแลแม่ที่ป่วยเวลาที่เธอสลับรางหลบมาใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวสามีคนแรก

.

วุ่นวายแท้

.

แล้วก็มีความวุ่นวายถัดมาคือ Fiona Philipson เป็นเพื่อนสนิทกับ Kylie สนิทกับทั้งครอบครัวเลย เพราะรู้จักกันมาก่อนที่ Kylie จะแต่งงานกับ Mark -- Fiona ยังโสด และมีเดต (มีเซ็กส์) ด้วย กับ Daan Janssen โดยไม่รู้ว่า Daan คือผัวน้อยของเพื่อนสนิทเธอ

.

เรื่องมันแดงเมื่อ Kylie หายตัวไป Mark สามีคนแรกเลยแจ้งตำรวจ และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา Daan สามีคนที่สองก็มาแจ้งตำรวจเช่นกันว่าภรรยาของเขาหายตัวไป ...เลยโป๊ะแตกว่า ทั้งคู่มีเมียคนเดียวกัน ทำเอาผู้ชายทั้งคู่ช็อค รวมไปถึงลูกๆ ด้วย

หลังจากตำรวจหาหลักฐานต่างๆ ก็ตามไปพบว่า Kylie ถูกจับตัวไปขังไว้ในอพาร์ทเมนต์เดียวกับที่ Daan พัก เพียงแต่คนละชั้น และเมื่อตำรวจบุกไปที่ห้องนั้น ก็พบว่า Kylie หายไปแล้ว คนร้ายน่าจะพาเธอหนีไป ...ถึงตอนนี้ตำรวจสันนิษฐานว่า Kylie อาจจะเสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่พบศพ ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยที่น่าสงสัยที่สุดคือสามีอันดับสอง และ Daan ก็รู้ตัว เลยชิงหนีออกนอกอังกฤษ กลับไปบ้านที่เนเธอร์แลนด์ก่อนที่ตำรวจจะตามมาจับที่ห้องพัก

---

แล้วก็ตัดมาที่เรื่องของ Stacie Jones ที่กำลังอยู่ระหว่างพักฟื้นจากการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ผลข้างเคียงของการผ่าตัดทำให้เธอสูญเสียความจำ Statie จากเดิมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่ปารีส ก็ลาออกและกลับมาอยู่บ้านเกิดที่ Lyme Regis กับพ่อ โดยหวังว่าบรรยากาศกระท่อมชายทะเลที่ห่างไกลจากผู้คนจะช่วยให้เธอหายเร็วขึ้น

พ่อพยายามช่วย Stacie ฟื้นความจำด้วยการเล่าเรื่องต่างๆ และให้ดูรูปสมัยเด็กๆ -- Stacie เคยอยู่ที่นี่กับพ่อ ส่วนแม่หนีไปตั้งแต่เธอยังเด็ก Stacie เคยหมั้นกับชายในหมู่บ้าน เกือบจะได้แต่งงานกันแล้วด้วย แต่เธอขอยกเลิกงานแต่งในนาทีสุดท้าย และหนีไปปารีส ไม่กลับมาอีกเลยเป็นสิบปี จนป่วยเนี่ยล่ะค่ะ ถึงได้กลับมา 

---

เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 2020 ซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 และอังกฤษมีการประกาศมาตรการล็อคดาวน์ ดังนั้นการสอบสวนอะไรก็จะมีอุปสรรคหน่อยๆ 

.

เนื้อเรื่องเป็นเหตุเป็นผลอยู่หรอกค่ะ แต่มุกความจำเสื่อมนี่ออกจะ...เหมือนนิยายไทยไปหน่อย 

อีกอันหนึ่งที่นึกภาพไม่ออกคือ Kylie ปลีกตัวสับรางได้อย่างไร ในเมื่อเป็นแม่แบบมีลูกชายสองคน (คนโตอายุ 15 คนเล็กอายุ 12 แต่ให้คิดว่า Kylie อยู่กินแต่งงานซ้อนกับ Daan มาสี่ปีแล้ว ตอนนั้น คนโตก็อายุ 11 คนเล็ก 8 ขวบ) คือถ้าไม่มีลูกยังนึกภาพออก แต่นี่มีลูกไง ยังไงแม่ก็ต้องกลับมานอนบ้านทุกคืนป่ะ

Thursday, July 3, 2025

My Sister is Missing

 


หนังสือชื่อ  :  My sister is missing

ผู้แต่ง  :  Carissa Ann Lynch

สำนักพิมพ์  :  Killer Reads


สนุกมาก อ่านเสียการเสียงาน อ่านวางไม่ลงเลยค่ะ เพราะเรื่องดำเนินเร็ว และเต็มไปด้วยปริศนาทำให้เราอยากรู้ จึงต้องพลิกหน้าถัดไป บทถัดไป จนกระทั่งจบเล่มไม่รู้ต้ว

Emily Ashburn กลับมาบ้านเกิดที่ Bare Border อินเดียนน่า หลังจากไม่กลับมาเลยเกือบสิบปี ไม่กลับมาแม้มาร่วมงานศพของพ่อเมื่อปีที่แล้ว

เหตุที่ Emily กลับมาตอนนี้เพราะพี่สาวคือ Madeline ขอร้อง และบอกว่ามีเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะต้องบอกเธอ Emily จึงกลับมา กลับมาก็ทำความรู้จักกับลูกๆ ของ Madeline ซึ่งไม่เคยเจอกันเลยตั้งแต่เด็กๆ เกิด 

คืนนั้น Emily ก็ได้รู้ว่า John สามีของ Madeline และพ่อของเด็กๆ ย้ายไปอยู่กับเมียน้อยที่สาวกว่าและสวยกว่าแล้ว ขณะนี้ทั้งคู่กำลังทำเรื่องหย่า Madeline จึงขอให้ Emily อยู่ช่วยดูเด็กๆ ก่อนที่โรงเรียนจะเปิดเทอม ซึ่ง Emily ก็รับปาก

แต่เรื่องหย่าร้างของ Madaline ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญที่ Madaline ต้องการจะบอก เธอบอกว่าไว้คุยกันพรุ่งนี้ ...

เช้าวันรุ่งขึ้น Madaline กลับหายไป ทิ้ง Emily ไว้กับเด็กๆ 

สนุก เพราะไม่ใช่แค่อยากรู้ว่า Madaline หายไปไหน? แต่คือเรื่องสำคัญมากที่เธอต้องการจะบอกคืออะไร? รวมถึงเรื่องในอดีตของ Emily ที่แม้แต่ตัว Emily เองก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมเธอจึงกลัวการเข้าป่าหลังบ้าน มันเกิดขึ้นหลังจากวันที่เธอได้รับอุบัติเหตุนอนสลบ เลือดท่วมอยู่ในป่า และพี่สาวเป็นคนไปเจอ หลังจากนั้น ความจำในช่วงที่เกิดเหตุของ Emily ก็หายไป จำได้แค่เพียงรู้สึกกลัวจนแพนิคเมื่อต้องเดินเข้าป่าหลังป่า ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เดินเล่นอยู่ทุกวัน

รวมถึง Paul แฟนคนแรกของ Emily ก็กลับมาวนเวียน ในฐานะตำรวจเจ้าของคดี 

Paul เคยทิ้ง Emily ให้รอเก้อ ไม่มารับไปงานพรอม ทั้งที่นัดแนะกันดิบดี ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เลิกกันโดยปริยาย 

กลับมาครั้งนี้ดูเหมือนถ่านไฟเก่าจะปะทุอีกครั้ง ทั้งคู่ยังมีความทรงจำที่ดีต่อกัน แต่เงามืดในใจคืออะไรที่ทำให้ Paul ทิ้ง Emily ไป สิ่งนี้ยังไม่ได้คำตอบ 

"ปีศาจ ก่อกำเนิด ปีศาจ - Monsters beget monster"

ประโยคนี้น่าจะเป็นประโยคสรุปของหนังสือเล่มนี้ได้ดีที่สุดค่ะ

 

Tuesday, July 1, 2025

Killing Moon

 


หนังสือชื่อ  :  Killing Moon

ผู้แต่ง  :  Jo Nesbo

ผู้แปล  :  Sean Kinsella

สำนักพิมพ์  :  Harvill Secker

เป็นนิยายสืบสวนในชุดของนักสืบ Harry Hole ค่ะ 

ตอนนี้ Harry ไปเป็นโรบินฮู้ดอยู่ที่ LA อเมริกา เขากำลังคิดจะจบชีวิตตัวเองด้วยการดื่มเหล้าๆ เมาหัวราน้ำ จนเงินหมด และจะกลับไปปลิดชีวิตที่ห้อง -- แต่มีเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตเมื่อหญิงชราคนหนึ่งเลี้ยงเหล้าเขาและขอให้เขาช่วย หญิงชราอดีตเป็นดารายืมเงินมาเฟียมาลงทุนทำภาพยนตร์แต่กลับขาดทุน ไม่มีเงินจ่าย มาเฟียเม็กซิโกเลยจะจับตัวเรียกค่าไถ่ 

จุดที่ทำให้ Harry ยื่นมือเข้ามาช่วยเนื่องจากความรู้สึกว่า เธอคล้ายแม่ของเขา ตาเศร้าที่มองมาเหมือนเข้าใจและยอมรับในชะตากรรมทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น มันสะกิดต่อมความรู้สึกผิดที่ Harry เคยทำไว้กับแม่ของเขาค่ะ 

ในขณะเดียวกันที่นอร์เวย์ มีหญิงสาวสองคนหายตัวไป ทั้งสองมีสิ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงกันคือต่างมี sugar daddy คนอุปภัมป์คนเดียวกันคือ เศรษฐีที่ชื่อ Markus Roed 

หญิงคนแรกที่พบศพคือ Susanne Anderson สภาพศพคือถูกปาดคอ ดวงตาหายไปข้างหนึ่ง และสมองหายไป

หญิงคนที่สองที่พบศพในเวลาต่อมา คือ Bertine Bertilsen เจอศพในสภาพที่หัวถูกตัดออก ส่วนหัวหายไป เจอแต่ตัว 

Markus Roed อ้างว่าช่วงเวลาที่หญิงสาวทั้งสองคนหายไปนั้น เขาอยู่กับภรรยาของเขา แต่ตำรวจไม่ค่อยเชื่อนัก -- ข่าวที่เขาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสร้างความเสียหายให้แก่ภาพลักษณ์และธุรกิจของเขามาก ดังนั้น ผ่านคำแนะนำของทนาย เขาจึงจ้างนักสืบเอกชนฝีมือดีมาช่วยตำรวจคลี่คลายคดีนี้ เพื่อให้คดีนี้จบให้เร็วที่สุด นักสืบเอกชนที่เขานึกถึงก็คือ Harry Hole ค่ะ -- และ Harry ก็เรียกเงินในจำนวนที่เพียงพอที่จะจ่ายค่าไถ่หญิงชราได้

นี่คือจุดเริ่มต้นให้ Harry เข้ามาข้องเกี่ยวในคดีนี้ 

.

ความรู้สึกหลังอ่าน คือ สนุกมากกกก และก็ขยะแขยงมากด้วย 

สรุปสั้นๆคือ ฆ่าด้วยพยาธิ! 

ล้ำมาก คนเขียนคิดได้ไง แล้ววิธีการที่ฆาตกรใช้ก็ล้ำมาก ขยะแขยงด้วย 


เราทายถูกด้วยว่าฆาตกรคือใคร แต่ก็เมื่อตอนอ่านเลยครึ่งเล่มไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มั่นใจเต็มร้อย เพราะ Jo Nesbo ฉลาด มีตัวหลอก มีตัวละครซึ่งหลอกให้เราคิดว่าเขาอาจจะคือฆาตกร แถมตอนที่ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายได้แล้ว จับคนร้ายได้แล้ว ... กลายเป็นว่านั่นไม่ใช่คนร้ายตัวจริง

เล่มนี้จบดีค่ะ เหมือน Harry จะเริ่มมูฟออนแล้ว เริ่มให้อภัยตัวเองและก้าวเดินต่อ ในขณะที่ Katrine Bratt ก็เริ่มสำนึกถึงความผิดพลาดที่เธอทำลงไป ซึ่งก็สายเกินไป แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิตที่เหลือของเธอ และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด



Friday, May 9, 2025

How to Pronounce Knife

 



หนังสือชื่อ  :  How to pronounce knife

ผู้แต่ง  :  Souvankham Thammavongsa

สำนักพิมพ์  :  Bloomsbury Publishing


เป็นเรื่องสั้นค่ะ ประกอบด้วยเรื่องสั้น 14 เรื่องในเล่ม "How to pronounce knife" ก็คือชื่อของหนึ่งในเรื่องสั้นในเล่มนี้

เกือบทั้งหมดเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้อพยพชาวลาวรุ่นสองที่อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากผู้เขียนก็เป็นคนลาวค่ะ (เกิดที่หนองคาย แต่ย้ายและเติบโตที่แคนาดา)

สำนวนดีค่ะ เนื้อหาทัชใจ เล่าถึงการต้องปรับตัวของคนที่มาจากต่างวัฒนธรรม ปัญหาของเด็กที่มีพ่อแม่เป็นคนต่างชาติ ความสับสน การต้องอยู่ตรงกลาง ผู้เขียนเล่าออกมาเป็นภาษาง่ายๆ ผ่านชีวิตในมุมมองของเด็กเหล่านั้น แต่บางเรื่องก็งงๆ คือไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น

เรื่องสั้นที่ชอบที่สุดในเล่ม ก็คงจะเป็นเรื่อง  "How to pronounce knife" ตามชื่อเล่มเลยค่ะ เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ แต่เกิดและโตในบ้านที่พ่อแม่เป็นผู้อพยพจากลาว ดังนั้นทั้งบ้านจึงคุยกันด้วยภาษาลาว ในฐานะผู้อพยพก็ไม่ได้รวยอะไร ปากกัดตีนถีบ เด็กน้อยก็รับรู้ถึงความลำบากของผู้ปกครอง "knife" คือคำศัพท์ที่เป็นการบ้านน่ะค่ะ เด็กไม่รู้ว่าควรออกเสียงอย่างไร จึงถามพ่อ พ่อก็ออกเสียงให้ฟัง ...พอไปโรงเรียน อ่านหน้าชั้น ปรากฎว่า สิ่งที่พ่อสอนนั้นผิด ....(เสียง K เงียบไม่ต้องออกเสียง แต่พ่อไม่รู้ไง) ...พอรู้จากหน้าชั้น เด็กน้อยโมโห กรีดร้อง เกรี้ยวกราด ...คือไม่ใช่เพราะอายหรอกค่ะ แต่นี่คือครั้งแรกของเด็กคนหนึ่งที่เริ่มเรียนรู้ว่า พ่อไม่ได้ถูกทุกเรื่อง พ่อคือคนธรรมดา ที่มีผิดมีถูก มันคืออีกก้าวหนึ่งของการโตเป็นผู้ใหญ่ของเธอ

อีกเรื่องที่ชอบคือ "Mini Pedi" เล่าเรื่องผ่านสายตาของชายผู้อพยพชาวลาว เป็นอดีตนักมวย แต่ต่อยมวยไม่ได้อีกแล้ว เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ น้องสาวเลยชวนมาทำร้านทำเล็บด้วยกัน ...เขามีลูกค้าคนโปรด ชื่อ Emily ซึ่งน้องสาวก็สังเกตเห็นว่าพี่ชายแอบชอบลูกค้า เลยพยายามเตือน​ (ออกเชิงด่า) ในดูสารรูปตัวเอง นางฟ้าสวยๆ แบบนั้น เขาไม่หันมามองเราหรอก เขาก็มีคนที่คู่ควรของเขา ... แต่ชายกลับมองอีกมุม มันคือการมีความหวังที่หล่อเลี้ยงจิตใจ ถึงแม้รู้ว่าไม่มีวันเป็นความจริง แต่ความฝันก็สร้างความสุขใจ เมื่อไรที่ Emily ไม่มีนัดทำเล็บ เขาก็ทรีตลูกค้าคนอื่นๆ เหมือนเธอเป็น Emily ... เรื่องนี้ทำให้เห็นถึงทัศนคติเลยค่ะ สถานการณ์เดียวกัน แล้วแต่มุมมองของคนจริงๆ 

เรื่องที่งง ก็เช่น "The gas station" คือไม่เข้าใจว่าตัวเอกหญิงคือ Marry จะจู่ๆ ก็เลิกความสัมพันธ์กับเจ้าของปั๊มน้ำมันทำไม เลิกแบบย้ายบ้าน ย้ายออกจากเมือง โดยไม่ได้บอกฝ่ายชาย ทั้งที่ไม่มีอะไรทะเลาะกัน ความสัมพันธ์ก็แบบผู้ใหญ่โตๆ แล้วสองคน ทำไมไม่คุยกันดีๆ อันนี้งง